Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 74 หน้าที่ 238

เล่ม มมร. 74 หน้า 238 ข้อ 11
การขุดหลุมลวงก็ไม่ต้อง ในขณะจับเข้าที่งวง เท่านั้น ช้างนั้นก็จะมา ณ ที่นี่เองพระเจ้าข้า. ในบทเหล่านั้นบทว่า ปวเน ทิสฺวา วนจโร คือพรานป่าคนหนึ่ง เที่ยวไปในป่าใหญ่เห็นเรา. บทว่า รญฺโ มํ ปฏิเวทยิ ความว่า จึงกราบทูล แด่พระราชา. บทว่า ตวานุจฺฉโว คือสมควรทำเป็นช้างพระที่นั่งทรง ของพระองค์. บทว่า น ตสฺส ปริกฺขายตฺโถ ไม่ต้องขุดคู ความว่า อันการจับช้างนั้นเพื่อการหนีไปกำบังตนด้วยการขุดคู ด้วยใบหูของนางช้าง ช้างเข้าไปในเชือกบ่วงที่เหวี่ยงไปหรือในเสาล่ามช้าง คือเสาตะลุงที่ปักไว้ ก็ไม่สามารถจะไปในที่ใดที่หนึ่งได้. ไม่มีประโยชน์ด้วยหลุมลวงเช่นนั้น. บทว่า สหคหิเต คือในขณะจับ. บทว่า เอหิติ คือจักมา. พระราชาได้ให้พรานป่าเป็นผู้นำทางไปป่า ทรงส่งควาญช้างไปกับ บริวารด้วยมีพระดำรัสว่า ท่านจงนำคชสารที่พรานป่าบอกมาให้ได้. ควาญ ช้างนั้นได้ไปกับพรานป่า เห็นพระโพธิสัตว์เข้าไปยังสระบัวหาอาหาร. ดังนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า :- แม้พระราชาทรงได้ยินคำของพรานป่านั้น แล้ว ก็ทรงดีพระทัย ทรงส่งควาญช้างซึ่งเป็น อาจารย์ผู้ฉลาดศึกษาดีแล้ว. ควาญช้างนั้นไป ได้พบช้างกำลังถอนเง่าบัวอยู่ ในสระบัวหลวง
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka