ก็มิได้ทำจิตให้โกรธเคือง เพื่อรักษาศีล เพื่อ
บำเพ็ญศีลบารมีให้เต็ม ฉะนี้แล.
ในบทเหล่านั้น บทว่า สํสิโต บอกแล้ว คืออาลัมพายน์อันคน
อกตัญญู ชี้บอกถึงที่อยู่อย่างนี้ว่า พระยานาคนี้นอนอยู่ที่ยอดจอมปลวก ใกล้
ต้นไทรโน้น. บทว่า อกตญฺญุนา อธิบายว่า เนสาทพราหมณ์ผู้ประทุษ-
ร้ายมิตร ผู้ไม่รู้อุปการะที่ตนทำแล้ว. บทว่า อาลมฺพาโน คือพราหมณ์
ผู้จับงูได้ชื่ออย่างนี้ว่า อาลมฺพายน เพราะร่ายวิชาชื่อว่าอาลัมพายน์คือวิชา
สะกดจิต บทว่า มมคฺคหิ คือได้จับเรา. บทว่า กีเฬติ มํ ตหี ตหึ
คือให้เราเล่นในบ้าน นิคม ชนบท และราชธานีนั้น ๆ เพื่อเลี้ยงชีพของตน.
บทว่า ติณโตปิ ลหุโก มม ความว่าการบริจาคชีวิตของตนเบา
แม่กว่าการบริจาคเส้นหญ้า ย่อมปรากฏแก่เรา. บทว่า ปวีอุปฺปตนํ วิย
ดุจแผ่นดิน พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงว่า ส่วนการล่วงศีลย่อมปรากฏ
แก่เราว่า เป็นสิ่งที่หนักกว่านั้นดุจการพลิกแผ่นดิน ซึ่งหนาถึง ๒๔๐,๐๐๐
โยชน์. บทว่า นิรนฺตรํ ชาติสตํ ความว่า เราพึงสละคือสามารถสละชีวิต
ของเรา เพราะเหตุการไม่ล่วงศีลเนือง ๆ สิ้นร้อยชาติของเราไม่น้อย คือใน
ชาติแม้ร้อยชาติไม่น้อย. บทว่า เนร สีลํ ปภินฺเทยฺยํ ความว่า เราไม่
พึงทำลายศีลแม้ข้อเดียวที่เราสมาทานแล้ว คือไม่ให้เสื่อม. บทว่า จตุทฺที-
ปาน เหตุปิ แม้เพราะเหตุแห่งทวีปทั้ง ๔ ท่านแสดงว่า เพราะเหตุจักร-
พรรดิราชสมบัติอันเป็นสิริ.