Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 74 หน้าที่ 277

เล่ม มมร. 74 หน้า 277 ข้อ 14
อรรถกถาจูฬโพธิจริยาที่ ๔ พึงทราบวินิจฉัยในอรรถกถาจูฬโพธิจริยาที่ ๔ ดังต่อไปนี้. บทว่า จูฬโพธิ ชื่อว่า จูฬโพธิท่านยกขึ้นในจริยานี้ หมายถึงอัตภาพของปริพาชก ชื่อว่ามหาโพธิ. อนึ่ง ในชาดกนี้ไม่พึงเห็นว่า เพราะมีมหาโพธิพี่ชาย เป็นต้นของตน. บทว่า สุสีลวา คือมีศีลด้วยดี อธิบายว่า ถึงพร้อม ด้วยศีล. บทว่า ภวํ ทิสฺวาน ภยโต เห็นภพโดยเป็นของน่ากลัว คือ เห็นภพมีกามภพเป็นต้น โดยความเป็นของพึงกลัว. ในบทว่า เนกฺขมฺมํ นี้ พึงเห็นว่าลบ จ ศัพท์. ด้วยเหตุนั้น ควรยก บทว่า ทิสฺวาน เข้า มาด้วยเป็น เนกฺขมฺมํ ทิสฺวาน คือเห็นเนกขัมมะ ดังนี้. บทนี้ท่าน อธิบายว่า เห็นภพมีกามภพเป็นต้น แม้ทั้งปวงปรากฏโดยเป็นของน่ากลัว ในสังสารวัฏ ด้วยการพิจารณาสังเวควัตถุ ๘ เหล่านี้ คือ ชาติชรา- พยาธิมรณะ อบายทุกข์. ทุกข์มีวัฏฏะเป็นมูลในอดีต ทุกข์มีวัฏฏะเป็นมูล ในอนาคต. ทุกข์มีการแสวงหาอาหารเป็นมูลในปัจจุบัน. ละเห็นเนกขัมมะ แม้ ๓ อย่างนี้ คือ นิพพาน ๑ สมถวิปัสสนาอันเป็นอุบายแห่งนิพพาน นั้น ๑ และบรรพชา อันเป็นอุบายแห่งสมถวิปัสสนานั้น ๑ โดยเป็น ปฏิปักษ์ต่อภพนั้นด้วยญาณจักษุอันสำเร็จด้วยการฟังเป็นต้น แล้วจึงออก จากความเป็นคฤหัสถ์อันอากูลด้วยโทษมากมาย ด้วยการบรรพชาเป็นดาบส แล้วจึงไป. บทว่า ทุติยิกา คือภรรยาเก่า ได้แก่ภรรยาครั้งเป็นคฤหัสถ์. บทว่า กนกสนฺนิภา คือมีผิวดังทองคำ. บทว่า วฏฺเฏ อนเปกฺขา
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka