พระราชาทรงสดับดังนั้นแล้ว ทรงเกิดความสังเวชตรัสคาถาว่า :-
ท่านรุรุมิคราช บรรดามฤค นก มนุษย์
ท่านติเตียนอะไร. มฤคได้ภัยใหญ่กะเราเพราะ
ฟังมนุษย์นั้นบอก.
ลำดับนั้นพระมหาบุรุษ เมื่อจะทูลว่า ข้าแต่มหาราชข้าพระองค์ไม่
ติเตียนมฤค ไม่ติเตียนนก. แต่ข้าพระองค์ติเตียนมนุษย์จึงกล่าวว่า.
ข้าแต่ราชะข้าพระองค์ ช่วยยกบุรุษใดซึ่ง
ลอยอยู่ในน้ำที่มีน้ำมาก มีกระแสเชี่ยวขึ้นมา
ได้ ภัยมาถึงข้าพระองค์ เพราะบุรุษนั้นเป็น
ต้นเหตุ การสมาคมกับอสัตบุรุษเป็นทุกข์แท้.
ในบทเหล่านั้น บทว่า นิปฺลวิตํ คือลอยน้ำ. บทว่า เอกจฺจิโย
คือคนบางคนประทุษร้ายมิตรเป็นบุรุษชั่ว แม้ตกลงไปในน้ำเมื่อมีผู้ช่วยขึ้น
มาได้ก็ไม่ประเสริฐเลย. เพราะไม้ยังใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง. แต่คนประ-
ทุษร้ายมิตร ย่อมเป็นไปเพื่อความพินาศ. เพราะฉะนั้น ไม้จึงดีกว่าคน
ประทุษร้ายมิตรนั้น. บทว่า มิคานํ คือพระราชาตรัสถามว่า ดูก่อนรุรุมิคราช
บรรดาเนื้อนกหรือมนุษย์ท่านติเตียนอะไร ? บทว่า ภยํ หิ มํ วินฺทตินปฺ-
ปริปํ คือมฤคได้ภัยใหญ่กะเรา อธิบายว่า ทำดุจเป็นของตน.