Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 74 หน้าที่ 310

เล่ม มมร. 74 หน้า 310 ข้อ 16
บทว่า วาหเน คือห้วงน้ำสามารถพัดพาคนที่ตกลงไปแล้วๆ เล่า ๆ ได้. บทว่า มโหทเก สลิเล คือในน้ำอันมีน้ำมาก. แม้ด้วยบททั้งสอง ท่านแสดงถึงห้วงน้ำมีน้ำมาก. บทว่า ตโตนิทานํ คือมิคราชทูลพระราชาว่า ข้าแต่มหาราช บุรุษใดที่พระองค์แสดงแก่ข้าพระบาท. บุรุษนั้นลอยไปใน แม่น้ำร้องคร่ำครวญขอความช่วยเหลือในตอนเที่ยงคืน ข้าพระองค์ช่วยยก เขาขึ้นจากแม่น้ำ. ภัยนี้มาถึงข้าพระองค์ เพราะบุรุษนั้นเป็นต้นเหตุ. ชื่อว่าการสมาคมกับอสัตบุรุษเป็นทุกข์. พระราชาครั้นทรงสดับดังนั้นแล้ว ทรงพิโรธบุรุษชั่วนั้น ทรงสอดลูกศรด้วยทรงดำริว่า เจ้านี้ไม่รู้จักคุณของ ผู้มีอุปการะมากถึงอย่างนี้. ทำให้เกิดลำบาก. เราจะยิงแล้วฆ่ามันเสีย. ดังที่ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า :- เรากราบทูลเหตุการณ์ทุกอย่างแด่พระราชา พระราชาทรงสดับคำของเราแล้ว ทรงสอดลูก ศรจะยิงบุรุษนั้น ตรัสว่าเราจักฆ่าคนลามกผู้ ประทุษร้ายมิตรเสียในที่นี้แหละ. ในบทเหล่านั้น บทว่า ยาวตา กรณํ คือทูลถึงการทำอุปการะทั้งหมด ที่เราทำไว้แก่บุรุษนั้น. บทว่า ปกปฺปยิ คือสอดลูกศร. บทว่า มิตฺตทุพฺภึ ผู้ประทุษร้ายมิตร คือผู้มีปกติประทุษร้ายมิตรผู้มีอุปการะแก่ตน. ลำดับนั้นพระมหาสัตว์ ดำริว่า บุรุษพาลนี้อย่าได้พินาศไปเพราะ อาศัยเราเลยจึงทูลว่า ข้าแต่มหาราชชื่อว่าการฆ่าคนพาลก็ดี บัณฑิตก็ดี
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka