บทว่า วาหเน คือห้วงน้ำสามารถพัดพาคนที่ตกลงไปแล้วๆ เล่า ๆ
ได้. บทว่า มโหทเก สลิเล คือในน้ำอันมีน้ำมาก. แม้ด้วยบททั้งสอง
ท่านแสดงถึงห้วงน้ำมีน้ำมาก. บทว่า ตโตนิทานํ คือมิคราชทูลพระราชาว่า
ข้าแต่มหาราช บุรุษใดที่พระองค์แสดงแก่ข้าพระบาท. บุรุษนั้นลอยไปใน
แม่น้ำร้องคร่ำครวญขอความช่วยเหลือในตอนเที่ยงคืน ข้าพระองค์ช่วยยก
เขาขึ้นจากแม่น้ำ. ภัยนี้มาถึงข้าพระองค์ เพราะบุรุษนั้นเป็นต้นเหตุ.
ชื่อว่าการสมาคมกับอสัตบุรุษเป็นทุกข์. พระราชาครั้นทรงสดับดังนั้นแล้ว
ทรงพิโรธบุรุษชั่วนั้น ทรงสอดลูกศรด้วยทรงดำริว่า เจ้านี้ไม่รู้จักคุณของ
ผู้มีอุปการะมากถึงอย่างนี้. ทำให้เกิดลำบาก. เราจะยิงแล้วฆ่ามันเสีย. ดังที่
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า :-
เรากราบทูลเหตุการณ์ทุกอย่างแด่พระราชา
พระราชาทรงสดับคำของเราแล้ว ทรงสอดลูก
ศรจะยิงบุรุษนั้น ตรัสว่าเราจักฆ่าคนลามกผู้
ประทุษร้ายมิตรเสียในที่นี้แหละ.
ในบทเหล่านั้น บทว่า ยาวตา กรณํ คือทูลถึงการทำอุปการะทั้งหมด
ที่เราทำไว้แก่บุรุษนั้น. บทว่า ปกปฺปยิ คือสอดลูกศร. บทว่า มิตฺตทุพฺภึ
ผู้ประทุษร้ายมิตร คือผู้มีปกติประทุษร้ายมิตรผู้มีอุปการะแก่ตน.
ลำดับนั้นพระมหาสัตว์ ดำริว่า บุรุษพาลนี้อย่าได้พินาศไปเพราะ
อาศัยเราเลยจึงทูลว่า ข้าแต่มหาราชชื่อว่าการฆ่าคนพาลก็ดี บัณฑิตก็ดี