Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 74 หน้าที่ 360

เล่ม มมร. 74 หน้า 360 ข้อ 20
เราสำเร็จการอยู่ในที่ดังกล่าวแล้วในหนหลัง คือสำเร็จการอยู่ ด้วยการอยู่ จำอุโบสถ. จริงอยู่พระมหาสัตว์ เป็นผู้ขวนขวายในบุญมีทานและศีลเป็นต้น ท่องเที่ยวไปมาในคติของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ด้วยการแสวงหาโพธิ- ญาณ บางครั้ง เกิดในนาคพิภพอันมีสมบัติเช่นกับสมบิดของเทพ เป็นนาค- ราชชื่อว่าสังขปาละ. มีฤทธิ์มาก มีอานุภาพมาก. นาคราชนั้น เมื่อกาล ผ่านไป รังเกียจสมบัตินั้นปรารถนากำเนิดมนุษย์ จึงอยู่จำอุโบสถ. เมื่อ นาคราชนั้นอยู่ในนาคพิภพ การอยู่รักษาอุโบสถไม่สมบูรณ์. ศีลจักเศร้า- หมอง. ด้วยเหตุนั้นนาคราชจึงออกจากนาคพิภพ ล้อมจอมปลวกแห่งหนึ่ง ในระหว่างทางใหญ่ และทางเดินทางเดียว ไม่ไกลแม่น้ำ กัณหวรรณา แล้ว อธิษฐานอุโบสถ สมาทานในวัน ๑๔ - ๑๕ ค่ำ เป็นปกติ. อธิษฐานว่า ผู้ ต้องการหนังเป็นต้นของเราจงเอาไป สละตนให้เป็นทานแล้วนอน. วันค่ำ หนึ่งจึงไปนาคพิภพ. ดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า. อีกเรื่องหนึ่งในกาล เมื่อเราเป็นนาคราช ชื่อว่า สังขปาละ มีฤทธิ์มากเป็นต้น. ท่านกล่าวบทว่า จตุโร องฺเค อธิฏฺาย อธิษฐานองค์ ๔ มีผิวหนัง เป็นต้น ไว้ในที่นี้ เป็นการแสดงถึง อธิษฐานมีองค์ ๔. เพราะผิวหนังเป็น องค์หนึ่งในที่นี้. เมื่อพระมหาสัตว์อยู่จำอุโบสถอย่างนี้ กาลล่วงไปยาวนาน.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka