Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 74 หน้าที่ 359

เล่ม มมร. 74 หน้า 359 ข้อ 20
เราไม่โกรธเคืองพวกบุตรนายพราน แม้จะแทง ด้วยหลาว แม้จะทิ่มด้วยหอก นี้เป็นศีลบารมี ของเรา ฉะนี้แล. จบ สังขปาลจริยาที่ ๑๐ อรรถกถาสังขปาลจริยาที่ ๑๐ พึงทราบวินิจฉัยในอรรถกถาสังขปาลจริยาที่ ๑๐ ดังต่อไปนี้. ความ สังเขปในบทว่า สงฺขปาโล เป็นต้น มีดังนี้. ชื่อว่า มหิทฺธิโก มีฤทธิ์ มาก เพราะประกอบด้วยฤทธิ์ของนาคใหญ่เช่นกับโภคสมบัติของเทพ. ชื่อว่า ทาาวุโธ มีเขี้ยวเป็นอาวุธ เพราะมีเขี้ยวเป็นอาวุธ ๔ เขี้ยว คือข้างล่าง ๒ ข้างบน ๒. ชื่อว่า โฆรวิโส มีพิษแรงกล้า เพราะมีพิษมีเดชสูง. ชื่อว่า ทวิชิวฺโห มีลิ้นสองแฉก เพราะประกอบด้วยลิ้นสองแฉก สำเร็จมาแต่ กำเนิดนาค. ชื่อว่า อุรคาภิภู เป็นใหญ่กว่านาคทั้งหลาย เพราะความเป็น ใหญ่กว่านาคทั้งหลาย อันได้ชื่อว่า อุรค เพราะไปด้วยอก แม้ของนาคผู้มี อานุภาพใหญ่. ในทาง ๒ แยก กล่าวคือที่ที่นั้น ทาวสองสายทะลุติดต่อ กันไป. ในทางใหญ่ คือเป็นที่ที่มหาชนสัญจรไปมาเสมอๆ. อันเกลื่อนกล่น ด้วยหมู่ชนต่าง ๆ เพราะจากที่นั้นหีมหาชนมากมาย. องค์ ๔ ด้วยสามารถ แห่งองค์ ๔ ซึ่งจะกล่าวในบัดนี้. บทว่า อธิฏฺาย คืออธิษฐานได้แก่ตั้ง. ใจ. เมื่อใดเราเป็นนาคราชมีรูปตามที่กล่าวแล้ว ชื่อว่าสังขบาล. เมื่อนั้น
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka