Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 74 หน้าที่ 367

เล่ม มมร. 74 หน้า 367 ข้อ 20
ผู้มีปัญญา เป็นพหูสูต มีความคิดถึง ฐานะมากควรคบ ข้าแต่ราชะ พระองค์ทรง สดับเรื่องราวของนาคราชและของอาตมาภาพ แล้ว ขอจงทรงทำบุญไม่น้อยเถิด. พระดาบสพักอยู่ ณ กรุงพาราณสีนั้นตลอดฤดูฝน ๔ เดือนแล้วไป หิมวันตประเทศ เจริญพรหมวิหาร ๔ ตลอดชีวิต ก็ได้เข้าถึงพรหมโลก. แม้ พระโพธิสัตว์ก็อยู่จำอุโบสถตลอดชีวิตก็ได้ไปสู่สวรรค์. แม้พระราชานั้นก็ ทรงทำบุญมีทานเป็นต้น แล้วก็ไปตามยถากรรม. อาฬาระในครั้งนั้น ได้เป็นพระสารีบุตรในครั้งนี้. พระเจ้าพาราณสี คือพระอานนท์เถระ. สังขปาลนาคราช คือพระโลกนาถ. การบริจาคสรีระ ของนาคราชนั้นเป็นทานบารมี. การที่นาคราช ผู้ประกอบด้วยเดชเป็นพิษเห็นปานนั้น เมื่อมีการเบียดเบียนก็ไม่ทำลายศีล ชื่อว่า ศีลบารมี. การละโภคสมบัติเช่นกับโภคสมบัติของเทพ แล้วออกจาก นาคพิภพ บำเพ็ญสมณธรรม ชื่อว่า เนกขัมมบารมี. การเตรียมตัวว่าควร ทำประโยชน์มีทานเป็นต้น และสิ่งนี้ ๆ ชื่อว่า ปัญญาบารมี. การบรรเทา กามวิตก และความเพียรด้วยการอดกลั้น ชื่อว่า วีริยบารมี. ความอดทน ด้วยความอดกลั้น ชื่อว่า ขันติบารมี. การสมาทานสัจจะ ชื่อว่า สัจจบารมี. การตั้งใจสมาทานไม่หวั่นไหว ชื่อว่า อธิษฐานบารมี. ความเป็นผู้มีเมตตา
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka