Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 74 หน้าที่ 399

เล่ม มมร. 74 หน้า 399 ข้อ 22
แสนสาหัส. บทว่า ลทฺธ คือให้ชีวิต ด้วยกำลังความรู้ของตน. บทว่า ปพฺพชฺชเมวาภิมโน คือข้าพระองค์มีจิตมุ่งต่อบรรพชา. เมื่อพระมหาสัตว์ทรงแสดงธรรมอย่างนี้ พระราชาตรัสกับพระเทวี ว่า ดูก่อนพระเทวี เธอจงยับยั้งโอรสไว้. แม้พระเทวีก็ทรงพอพระทัย การบวชของพระกุมารเหมือนกัน. พระมหาสัตว์ถวายบังคมพระชนกชนนี แล้วทรงขอขมาว่า หากโทษมีอยู่แก่ข้าพระองค์ ขอได้ทรงโปรดยกโทษให้ ข้าพระองค์เถิด แล้วทรงอำลามหาชนได้เสด็จบ่ายหน้าไปหิมวันตประเทศ. ก็และเมื่อพระมหาสัตว์เสด็จไปแล้ว มหาชนพากันทุบตีชฎิลโกงจนถึงสิ้น ชีวิต. แม้พระโพธิสัตว์ก็รับสั่งให้ราชบุรุษ มีอำมาตย์ราชบริษัท พร้อมด้วย ชาวพระนครซึ่งมีหน้าเต็มไปด้วยน้ำตาให้กลับ . เมื่อมนุษย์ทั้งหลายพากัน กลับ ทวยเทพมาในเพศของมนุษย์ นำพระโพธิสัตว์ล่วงเลยแนวภูเขา ๗ ลูก พระโพธิสัตว์บรรพชาเป็นฤาษีอยู่ ณ บรรณศาลา ที่วิษณุกรรมเนรมิตไว้ ในหิมวันตประเทศ ดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า :- พระบิดาขมาเราในที่นั้นแล้ว ได้พระ- ราชทานราชสมบัติอันใหญ่หลวงแก่เรา เรานั้น ทำลายความมืดมัว แล้วออกบวชเป็นบรรพชิต. ในบทเหล่านั้น บทว่า ตมํ ทาลยิตฺวา ได้แก่กำจัดความมืดคือ โมหะอันเป็นปฏิปักษ์ต่อการเห็นโทษในกาม. บทว่า ปพฺพชึ คือเข้าถึง
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka