แล้ว. บทว่า อนคาริยํ คือการบวช.
บัดนี้ พระมีพระภาคเจ้า เพื่อจะทรงแสดงถึงประโยชน์ที่พระองค์
ทรงสละราชอิสริยยศนั้น ในกาลนั้น จึงตรัสคาถาสุดท้ายว่า น เม เทสฺสํ
ความแห่งคาถานั้นมีนัยดังกล่าวแล้ว.
เมื่อพระมหาสัตว์บวชแล้วอย่างนี้ ทวยเทพมาด้วยเพศของปริจาริกา
ในราชตระกูลบำรุงพระมหาสัตว์นั้นตลอดเวลา ๑๖ ปี. พระมหาสัตว์ยัง
ฌานและอภิญญาให้เกิด ณ ที่นั้นแล้วได้เสด็จเข้าถึงพรหมโลก.
ดาบสโกงในครั้งนั้นได้เป็นเทวทัตในครั้งนี้. พระชนนี้คือพระมหา-
มายา. มหารักขิตดาบสคือพระสารีบุตรเถระ. โสมนัสสกุมารคือพระโลกนาถ.
พึงเจาะจงกล่าวถึงบารมี ๑๐ โดยนัยดังกล่าวแล้วในยุธัญชยจริยานั้น.
แม้ในจริยานี้ท่านยกเนกขัมมบารมีขึ้นสู่เทศนา ว่าเป็นบารมียอด
เยี่ยมอย่างยิ่ง. อนึ่ง พึงทราบคุณานุภาพของพระมหาสัตว์มีอาทิอย่างนี้คือ
ความที่พระองค์สามารถในราชกิจทั้งหลายในขณะมีชนม์ได้ ๗ พระพรรษา.
การจับดาบสนั้นว่าเป็นชฎิลโกงได้. ความไม่มีหวาดสะดุ้งเมื่อพระราชาทรง
ขวนขวายมีพระบัญชาให้ฆ่า. การประกาศถึงความที่พระโพธิสัตว์เสด็จไป
เฝ้าพระราชาแล้วแสดงโทษของชฏิลโกงโดยนัยต่าง ๆ และความที่พระองค์
ไม่มีความผิด แล้วทรงเริ่มต่อว่าความที่พระราชามีปัญญาถูกคนอื่นนำไป
และความเป็นพระราชาโง่ แม้เมื่อพระราชาทรงขอขมาแล้วก็ยังถึงความ