ในบทเหล่านั้น บทว่า โภนฺโต คือผู้เจริญทั้งหลาย. บทว่า สงกติ
คือย่อมไม่สงสัย. บทว่า กญฺจิ คืออย่างใดอย่างหนึ่ง.
ลำดับนั้นท้าวสักกะทรงทราบว่า ฤาษีทั้งหมดเหล่านี้ไม่มีความเพ่งใน
กามทั้งหลาย จึงทรงสลดพระทัย เมื่อจะทรงแสดงว่า บรรดาฤาษีเหล่านั้น
แม้ผู้ใดผู้หนึ่ง ก็มิได้นำเง่าบัวไป. แม้ท่านก็มิได้กล่าวถึงสิ่งที่ไม่สูญหายว่า
หาย. ที่แท้ข้าพเจ้าประสงค์จะทดลองพวกท่านจึงทำให้หายไปดังนี้ จึงกล่าว
คาถาสุดท้ายว่า :-
ข้าพเจ้าเมื่อจะทดลอง จึงถือเอาเง่าบัว
ของฤาษีที่ฝั่งแม่น้ำ แล้วเก็บไว้บนบก. ฤาษี
ทั้งหลายเป็นผู้บริสุทธิ์ ไม่ลามก ย่อมอาศัยอยู่.
ท่านผู้ประพฤติพรหมจรรย์ นี่เง่าบัวของท่าน.
พระโพธิสัตว์ได้สดับดังนั้น จึงต่อว่าท้าวสักกะว่า :-
ท่านเทวราชผู้เป็นท่าวสหัสนัยน์ พวก
อาตมาไม่ใช่นักฟ้อนรำของท่าน ไม่ใช่ผู้ควร
จะฟังเล่นของท่าน ไม่ใช่ญาติของท่าน ไม่ใช่
สหายของท่าน ที่พึงทำการรื่นเริง ท่านอาศัย
ใครจึงเล่นกับพวกฤาษี.