ลำดับนั้นท้าวสักกะทรงขอให้ฤาษีนั้นยกโทษให้ด้วยพระดำรัสว่า :-
ข้าแต่ท่านผู้เป็นดังพรหม ท่านเป็น
อาจารย์ของข้าพเจ้า และเป็นบิดาของข้าพเจ้า
เงาเท้าของท่านนี้จงเป็นที่พึ่งแห่งความผิดพลาด
ของข้าพเจ้า ท่านผู้มีปัญญาดุจแผ่นดิน ขอ
ท่านจงอดโทษสักครั้งเถิด บัณฑิตทั้งหลาย
ย่อมไม่มีความโกรธเป็นกำลัง.
พระมหาสัตว์ได้ยกโทษให้แก่ท้าวสักกเทวราชแล้ว ตนเองเมื่อจะยัง
หมู่ฤาษีให้ยกโทษให้ จึงกล่าวว่า :-
การอยู่ในป่าของพวกฤาษี แม้คืนเดียว
เป็นการอยู่ที่ดี พวกเราได้เห็นท้าววาสวะภูต-
บดี. ท่านผู้เจริญทั้งหลายจงดีใจเถิด เพราะ
พราหมณ์ใดได้เง่าบัวคืนแล้ว.
ในบทเหล่านั้น บทว่า น เต นฏา ความว่า ท่านเทวราช พวก
อาตมามิใช่นักฟ้อนรำของท่าน หรือมิใช่ผู้อันใคร ๆ จะพึงล้อเล่น มิใช่
ญาติของท่าน มิใช่สหายของท่าน ที่ควรทำการร่าเริง. เมื่อเป็นเช่นนั้น
ท่านอาศัยใคร คือใครเป็นผู้อุปถัมภ์ อธิบายว่า ท่านเล่นกับพวกฤาษีเพราะ