พระมารดาพระบิดา ไม่ทรงสามารถที่จะยึดถือได้ด้วยการทดลอง
ใหญ่ ๑๖ ครั้ง และด้วยการทูลองเล็ก ๆ น้อย ๆ อีกหลายครั้งตลอด ๑๖ ปี
อย่างนี้ จึงทรงขอร้องต่าง ๆ กันและหลายครั้งว่า เตมิยกุมารลูกรัก พ่อ
และแม่รู้ว่าลูกไม่เป็นใบ้. เพราะปาก หู และเท้าอย่างนี้มิใช่ของคนใบ้
คนหนวก และคนง่อยเปลี้ยเลย. ลูกเป็นบุตรที่พ่อและแม่ปรารถนาจะได้มา.
ลูกอย่าให้พ่อแม่ต้องพินาศเสียเลย. จงปลดเปลื้องข้อครหาจากราชสำนัก
ในชมพูทวีปทั้งสิ้นเถิด. พระกุมารนั้น แม้พระมารดาพระบิดาทรงขอร้อง
อยู่อย่างนี้ ก็บรรทมทำเป็นไม่ได้ยิน.
ลำดับนั้น พระราชารับสั่งให้บุรุษผู้ฉลาดตรวจดูพระบาททั้งสอง ช่อง
พระกรรณทั้งสอง พระชิวหา และพระหัตถ์ทั้งสองแล้ว ทรงสดับคำที่
อำมาตย์กราบทูลว่า บัดนี้ ผู้ชำนาญการทายลักษณะ กล่าวว่า ผิว่า พระบาท
เป็นต้นของพระกุมารนี้ เหมือนของตนไม่ง่อยเปลี้ยเป็นต้น พระกุมารนี้
ก็จะไม่เป็นง่อยเปลี้ย ใบ้และหนวกจริง. เห็นจะเป็นกาลกรรณี. เมื่อคน
กาลกรรณีเช่นนี้อยู่ในพระราชวัง จะปรากฏอันตราย ๓ อย่าง คือ อันตราย
ของชีวิต อันตรายของเศวตรฉัตร ๑ อันตรายของพระมเหสี ๑. แต่
ในวันประสูติเพื่อมิให้พระองค์ทรงเสียพระทัย จึงกล่าวว่า กุมารนี้มีบุญ
ลักษณะครบถ้วน ทรงกลัวภัยอันตราย จึงมีพระบัญชาว่า พวกท่านจงไป
ให้กุมารนั้นบรรทมในรถอวมงคล นำออกทางประตูหลังแล้วฝังเสียในป่าช้า
ผีดิบ. พระมหาสัตว์ทรงสดับดังนั้น ทรงร่าเริงยินดีอย่างยิ่งว่า ความ