Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 74 หน้าที่ 483

เล่ม มมร. 74 หน้า 483 ข้อ 30
อรรถกถามัจฉราชจริยาที่ ๑๐ พึงทราบวินิจฉัยในอรรถกถามัจฉราชจริยาที่ ๑๐ ดังต่อไปนี้. บทว่า ยทา โหมิ, มจฺฉราชา มหาสเร ในกาลเมื่อเราเป็นพระยาปลาอยู่ใน สระใหญ่ ความว่า ในอดีตกาล เราเกิดในกำเนิดปลายินดีอยู่ด้วยสังคหวัตถุ ๔ ประการของปลาทั้งหลาย ในสระใหญ่แห่งหนึ่งซึ่งปกคลุมด้วยเถาวัลย์ อันเป็นสระโบกขรณีใกล้พระเชตวันกรุงสาวัตถี แคว้นโกศล. ครั้งนั้น เราเป็นพระยาปลาแวดล้อมด้วยหมู่ปลาอาศัยอยู่ ณ ที่นั้น. บทว่า อุเณฺเห คือฤดูร้อน. บทว่า สูริยสนฺตาเป คือเพราะแสงอาทิตย์. บทว่า สเร อุทกํ ขียถ คือน้ำในสระนั่นแห้งขอด. ในแคว้นนั้น ขณะนั้นฝนไม่ตกเลย ข้าวกล้าเหี่ยวแห้ง. น้ำในบึงเป็นต้นแห้งขอด. ปลาและเต่าพากันเข้าไป อาศัยเปือกตม. แม้ในสระนั้นปลาทั้งหลายก็เข้าไปยังเปือกตม ซ่อนอยู่ใน ที่นั้นๆ. บทว่า ตโต คือภายหลังจากน้ำแห้งนั้น. บทว่า กุลลเสนกา คือนกตะกรุมและเหยี่ยว. ภกฺขยนฺติ ทิวารตฺตึ, มจฺเฉ อุปนิสีทิย ความว่า กาและนกนอกนั้นเข้าไปแอบอยู่บนหลังเปือกตมนั้น ๆ เอาจะงอย เช่นกับปลายหอกสั้นจิกกินปลา ซึ่งเข้าไปนอนซ่อนอยู่ที่เปือกตมทั้ง ๆ ที่ยัง ดิ้นอยู่.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka