Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 74 หน้าที่ 489

เล่ม มมร. 74 หน้า 489 ข้อ 30
วลาหกเทวราชรับเทวบัญชาแล้ว นุ่งวลาหกก้อนหนึ่ง ห่มก้อนหนึ่ง ขับ เพลงขับสายฝน บ่ายหน้าไป มุ่งไปยังโลกทางด้านทิศตะวันออก. ทางด้าน ทิศตะวันออก ก้อนเมฆก้อนหนึ่งประมาณเท่าบริเวณลานได้ตั้งขึ้นร้อยชั้น พันชั้น คำรามเปล่งสายฟ้าไหลลงมาเหมือนหม้อน้ำที่คว่ำ หลั่งน้ำใหญ่ท่วม แคว้นโกศลทั้งสิ้น. ฝนตกอยู่ไม่ขาดสาย ครู่เดียวเท่านั้นสระใหญ่นั้นก็เต็ม ปลาทั้งหลายก็พ้นจากมรณภัย. กาเป็นต้นได้หมดที่พึ่ง. ไม่เฉพาะปลา อย่างเดียวเท่านั้น แม้มนุษย์ทั้งหลายก็ยังข้าวกล้าหลายอย่างให้งอกงาม แม้สัตว์ ๒ เท้าเป็นต้น ทั้งหมดที่อาศัยฝนเลี้ยงชีวิตก็พ้นจากทุกข์กายและ ทุกข์ใจ. ดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า :- พร้อมกับเมื่อเราทำสัจกิริยา เมฆส่ง เสียงสนั่นครั่นครื้นยังฝนให้ตกครู่เดียวก็เต็ม เปี่ยมทั้งที่ดอนและที่ลุ่ม. ครั้นเราทำความ เพียรอย่างสูงสุด อันเป็นความสัตย์อย่าง ประเสริฐเห็นปานนี้แล้ว. อาศัยกำลังอานุภาพ ความสัตย์จึงยังฝนให้ตกห่าใหญ่. ผู้เสมอด้วย ความสัตย์ของเราไม่มี. นี้เป็นสัจบารมีของ เรา ดังนี้.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka