Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 74 หน้าที่ 490

เล่ม มมร. 74 หน้า 490 ข้อ 30
ในบทเหล่านั้น บทว่า ขเณน อภิวสฺสถ คือไม่ชักช้าฝนก็ตกโดย ขณะที่ทำสัจกิริยานั้นเอง. บทว่า กตฺวา วีริยมุตฺตมํ ทำความเพียรอย่าง สูงสุด คือเมื้อฝนไม่ตกเราก็ไม่เกียจคร้านมัวคิดว่าควรทำอะไร แล้วทำ ความเพียรอย่างสูงสุด ยังประโยชน์สุขให้สำเร็จแก่หมู่สัตว์ใหญ่โดยวิธี บำเพ็ญญาตัตถจริยา. บทว่า สจฺจเตชพลสฺสิโต คืออาศัยกำลังอานุภาพ ความสัตย์ของเรายังฝนห่าใหญ่ให้ตกในกาลนั้น. เพราะเหตุการณ์เป็นอย่าง นั้น ฉะนั้น พระธรรมราชาจึงทรงแสดงถึงความที่สัจบารมีของพระองค์ ไม่ทั่วไปแก่คนอื่นเมื่อครั้งเป็นพระยาปลาใหญ่ว่า สจฺเจน เม สโม นตฺถิ, เอสา เม สจฺจปารมี ผู้เสมอด้วยสัจจะของเราไม่มี. นี้เป็นสัจจบารมี ของเรา. พระมหาสัตว์มีใจเร่งเร้าด้วยมหากรุณาอย่างนี้ จึงได้ปลดเปลื้อง มหาชนจากมรณทุกข์ด้วยยังฝนห่าใหญ่ให้ตกทั่วแว่นแคว้น เมื่อสิ้นอายุก็ ไปตามยถากรรม. ปัชชุนนเทวราชในครั้งนั้น ได้เป็นพระอานนทเถระในครั้งนี้. ฝูง ปลาคือพุทธบริษัท. พระยาปลาคือพระโลกนาถ. พึงเจาะจงกล่าวแม้บารมีที่เหลือ ของพระมหาสัตว์นั้นโดยนัยดังได้ กล่าวแล้วในหนหลังนั่นแล.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka