Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 74 หน้าที่ 516

เล่ม มมร. 74 หน้า 516 ข้อ 32
แผ่นดินไกลกัน ฝังข้างโน้นของมหาสมุทร เขาก็ว่าไกลกัน ธรรมของสัตบุรุษและธรรม ของอสัตบุรุษบัณฑิตทั้งหลาย กล่าวว่า ไกล กว่านั้น. พระมหาสัตว์ทรงสดับดังนั้นแล้ว มีพระทัยยินดีว่า การมาของเรา มีผล ทรงดำริว่า คาถาเหล่านี้ ไม่ใช่สาวกกล่าว ไม่ใช่ฤาษีกล่าว ไม่ใช่ กวีกล่าว ไม่ใช่เทวดากล่าว แต่พระสัพพัญญูนั่นแลกล่าวไว้. จะมีค่า อย่างไรหนอ ? ทรงดำริต่อไปว่า แม้เราจะทำจักรวาลทั้งสิ้นนี้ จนถึง พรหมโลก ให้เต็มด้วยรตนะ ๗ ประการ แล้วให้ยังเป็นการทำอันไม่ สมควร. แต่เราพอที่จะให้ราชสมบัติ ในแคว้นกุรุประมาณ ๓๐๐ โยชน์ ในอินทปัตถนครประมาณ ๗ โยชน์ แก่พราหมณ์นั้นได้. แต่พราหมณ์นั้น ไม่มีส่วนที่จะครองราชสมบัติได้. เป็นความจริง ความเป็นผู้มีอานุภาพน้อย ปรากฏแก่พราหมณ์นั้น โดยมองดูลักษณะของอวัยวะ. เพราะฉะนั้น แม้ ให้ราชสมบัติไป ก็ไม่ดำรงอยู่ได้ในพราหมณ์นี้ จึงตรัสถามว่า ท่านอาจารย์ ท่านแสดงคาถาเหล่านี้แก่กษัตริย์ทั้งหลายเหล่าอื่น แล้วได้อะไร. ทูลว่า ข้าแต่มหาราชได้คาถาละร้อย ๆ. ด้วยเหตุนั้น จึงเรียกว่า สตารหคาถา. ลำดับนั้น พระมหาสัตว์ตรัสแก่พราหมณ์นั้นว่า ท่านอาจารย์ ท่านรับด้วย ตนเองยังไม่รู้ค่าของสินค้าที่เที่ยวไป.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka