แผ่นดินไกลกัน ฝังข้างโน้นของมหาสมุทร
เขาก็ว่าไกลกัน ธรรมของสัตบุรุษและธรรม
ของอสัตบุรุษบัณฑิตทั้งหลาย กล่าวว่า ไกล
กว่านั้น.
พระมหาสัตว์ทรงสดับดังนั้นแล้ว มีพระทัยยินดีว่า การมาของเรา
มีผล ทรงดำริว่า คาถาเหล่านี้ ไม่ใช่สาวกกล่าว ไม่ใช่ฤาษีกล่าว ไม่ใช่
กวีกล่าว ไม่ใช่เทวดากล่าว แต่พระสัพพัญญูนั่นแลกล่าวไว้. จะมีค่า
อย่างไรหนอ ? ทรงดำริต่อไปว่า แม้เราจะทำจักรวาลทั้งสิ้นนี้ จนถึง
พรหมโลก ให้เต็มด้วยรตนะ ๗ ประการ แล้วให้ยังเป็นการทำอันไม่
สมควร. แต่เราพอที่จะให้ราชสมบัติ ในแคว้นกุรุประมาณ ๓๐๐ โยชน์
ในอินทปัตถนครประมาณ ๗ โยชน์ แก่พราหมณ์นั้นได้. แต่พราหมณ์นั้น
ไม่มีส่วนที่จะครองราชสมบัติได้. เป็นความจริง ความเป็นผู้มีอานุภาพน้อย
ปรากฏแก่พราหมณ์นั้น โดยมองดูลักษณะของอวัยวะ. เพราะฉะนั้น แม้
ให้ราชสมบัติไป ก็ไม่ดำรงอยู่ได้ในพราหมณ์นี้ จึงตรัสถามว่า ท่านอาจารย์
ท่านแสดงคาถาเหล่านี้แก่กษัตริย์ทั้งหลายเหล่าอื่น แล้วได้อะไร. ทูลว่า
ข้าแต่มหาราชได้คาถาละร้อย ๆ. ด้วยเหตุนั้น จึงเรียกว่า สตารหคาถา.
ลำดับนั้น พระมหาสัตว์ตรัสแก่พราหมณ์นั้นว่า ท่านอาจารย์ ท่านรับด้วย
ตนเองยังไม่รู้ค่าของสินค้าที่เที่ยวไป.