ธรรม คือสัจจบารมีนั้น อันเป็นของเก่ามีมาก่อน อันพระชินะทั้งหลาย
มีพระพุทธเจ้าเป็นต้น ทรงเสพแล้ว เมื่อจะตามรักษาความสัตย์ จึงให้
ทรัพย์แก่พราหมณ์นั้น สละชีวิตของตนเข้าไปหาโปริสาท. บทว่า นตฺถิ
เม สํสโย ตตฺถ ความว่า ในกาลไปหาโปริสาทนั้น เราไม่มีความสงสัย
ว่า โปริสาทนี้จักฆ่าเรา หรือไม่หนอ ? เรารู้อยู่ว่า โปริสาทนั้นดุร้ายป่าเถื่อน
เตรียมฆ่ากษัตริย์ ๑๐๐ กับเรา ทำพลีกรรมแก่เทวดา จักฆ่าท่าเดียว จึง
ตามรักษาสัจวาจาอย่างเดียว สละชีวิตของตนเข้าไปหาโปริสาทนั้น เพราะ
เรื่องเป็นอย่างนี้แหละ ฉะนั้น ผู้เสมอด้วยสัจจะของเราจึงไม่มี. นี้เป็น
สัจบารมี ถึงความเป็นปรมัตถบารมีของเรา ด้วยประการฉะนี้.
อนึ่ง เมื่อพระมหาสัตว์เข้าไปหา โปริสาท แล้วเห็นพระพักตร์ของ
พระมหาสัตว์นั้น มีสง่าดุจกลีบบัวแย้ม จึงคิดว่า พระเจ้าสุตโสมนี้ ไม่
กลัวตาย จึงมา. นี้เป็นอานุภาพของอะไรหนอ ? จึงสันนิษฐานว่า พระเจ้า.
สุตโสมนี้ เป็นผู้มีเดชและไม่กลัวตายอย่างนี้ เห็นจะเป็นเพราะฟังธรรม
นั้นกระมัง. แม้เราฟังธรรมนั้นแล้ว ก็จักเป็นผู้มีเดชและไม่กลัวตายเหมือน
กัน จึงกล่าวกะพระมหาสัตว์ว่า ข้าพเจ้าขอฟังสตารหคาถาที่ท่านไปพระนคร
ของตนเพื่อจะฟัง.
พระโพธิสัตว์ทรงสดับดังนั้น ทรงดำริว่า โปริสาทนี้ มีธรรมลามก
เราจักข่มให้ละอายเสียหน่อยหนึ่ง แล้วจึงจักกล่าว จึงตรัสว่า :-