Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 74 หน้าที่ 519

เล่ม มมร. 74 หน้า 519 ข้อ 32
ธรรม คือสัจจบารมีนั้น อันเป็นของเก่ามีมาก่อน อันพระชินะทั้งหลาย มีพระพุทธเจ้าเป็นต้น ทรงเสพแล้ว เมื่อจะตามรักษาความสัตย์ จึงให้ ทรัพย์แก่พราหมณ์นั้น สละชีวิตของตนเข้าไปหาโปริสาท. บทว่า นตฺถิ เม สํสโย ตตฺถ ความว่า ในกาลไปหาโปริสาทนั้น เราไม่มีความสงสัย ว่า โปริสาทนี้จักฆ่าเรา หรือไม่หนอ ? เรารู้อยู่ว่า โปริสาทนั้นดุร้ายป่าเถื่อน เตรียมฆ่ากษัตริย์ ๑๐๐ กับเรา ทำพลีกรรมแก่เทวดา จักฆ่าท่าเดียว จึง ตามรักษาสัจวาจาอย่างเดียว สละชีวิตของตนเข้าไปหาโปริสาทนั้น เพราะ เรื่องเป็นอย่างนี้แหละ ฉะนั้น ผู้เสมอด้วยสัจจะของเราจึงไม่มี. นี้เป็น สัจบารมี ถึงความเป็นปรมัตถบารมีของเรา ด้วยประการฉะนี้. อนึ่ง เมื่อพระมหาสัตว์เข้าไปหา โปริสาท แล้วเห็นพระพักตร์ของ พระมหาสัตว์นั้น มีสง่าดุจกลีบบัวแย้ม จึงคิดว่า พระเจ้าสุตโสมนี้ ไม่ กลัวตาย จึงมา. นี้เป็นอานุภาพของอะไรหนอ ? จึงสันนิษฐานว่า พระเจ้า. สุตโสมนี้ เป็นผู้มีเดชและไม่กลัวตายอย่างนี้ เห็นจะเป็นเพราะฟังธรรม นั้นกระมัง. แม้เราฟังธรรมนั้นแล้ว ก็จักเป็นผู้มีเดชและไม่กลัวตายเหมือน กัน จึงกล่าวกะพระมหาสัตว์ว่า ข้าพเจ้าขอฟังสตารหคาถาที่ท่านไปพระนคร ของตนเพื่อจะฟัง. พระโพธิสัตว์ทรงสดับดังนั้น ทรงดำริว่า โปริสาทนี้ มีธรรมลามก เราจักข่มให้ละอายเสียหน่อยหนึ่ง แล้วจึงจักกล่าว จึงตรัสว่า :-
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka