Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 74 หน้าที่ 525

เล่ม มมร. 74 หน้า 525 ข้อ 33
อรรถกถาสุวรรณสามจริยาที่ ๑๓ พึงทราบวินิจฉัยในอรรถกถาสุวรรณสามจริยาที่ ๑๓ ดังต่อไปนี้. บทว่า สาโม ยทา วเน อาสึ คือในครั้งเมื่อเราเป็นดาบสกุมาร ชื่อสามะ อยู่ในป่าใหญ่ใกล้ฝั่งแม่น้ำ ชื่อว่า มิคสัมมตา ณ หิมวันตประเทศ. บทว่า สกฺเกน อภินิมฺมิโต ความว่า อันท้าวสักกะเชื้อเชิญให้มาเกิด เพราะ สมบัติสืบทอดมาเกิดแก่ท้าวสักกะจอมเทพ. ในสุวรรณสามจริยานั้น มีเรื่องราวเป็นลำดับดังต่อไปนี้. ในครั้งอดีต ได้มีบ้านพรานบ้านหนึ่งใกล้ฝั่งแม่น้ำไม่ไกลจากกรุงพาราณสี. ณ บ้านเป็น มีบุตรของพรานหัวหน้า ชื่อว่า ทุกูละ. แม้ใกล้ฝั่งแม่น้ำนั้นก็ได้มีบ้าน พรานอีกบ้านหนึ่ง. ณ บ้านนั้นมีลูกสาวของพรานหัวหน้า ชื่อว่า ปาริกา. ทั้งสองนั้นเป็นสัตว์บริสุทธิ์มาจากพรหมโลก. เมื่อทั้งสองเจริญวัยทั้ง ๆ ที่ไม่ ปรารถนา แต่มารดาบิดาก็จัดการสมรสให้จนได้. ทั้งสองก็มิได้ก้าวลงสู่ สมุทรคือกิเลส คือไม่ร่วมประเวณี อยู่ร่วมกันดุจพวกพรหมฉะนั้น. ทั้ง ไม่ทำกรรมของพรานด้วย. ครั้งนั้น มารดาบิดากล่าวกะทุกูละว่า ลูกรักลูกไม่ทำกรรมของพราน ลูกไม่ปรารถนาอยู่ครองเรือน ลูกจะทำอะไร ? ทุกูละกล่าวว่า เมื่อพ่อแม่ อนุญาต ลูกจะขอบวช. มารดาบิดากล่าวว่า ถ้าเช่นนั้นลูกจงบวชเถิด. ชน
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka