Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 74 หน้าที่ 547

เล่ม มมร. 74 หน้า 547 ข้อ 35
เป็นโง่ ถูกคนอื่นเยาะเย้ย เย้ยหยันด้วยรูปร่างอันไร้จิตใจ เที่ยวไปในหมู่ บ้าน นิคม และราชธานีโดยอยู่เพียงคนเดียวเท่านั้น. ในที่ใดได้รับการ เย้ยหยันมาก ก็อยู่ในที่นั้นนาน. เมื่อผ้าที่นุ่งเก่า แม้ผ้านั้นจะเก่าจนเป็น ผ้าขี้ริ้วก็ไม่รับผ้าที่ใคร ๆ ให้ เที่ยวไปเพียงปกปิดอวัยวะยังหิริให้กำเริบเท่า- นั้น. เมื่อกาลผ่านไปอย่างนี้ เขาได้ไปถึงบ้านและนิคมแห่งหนึ่ง. ณ ที่นั้น เด็กชาวบ้าน นิสัยนักเลงชอบตีรันฟันแทง บางคนก็เป็น บุตรหลานและทาสเป็นต้น ของพวกราชวัลลภ หยิ่ง ทะลึ่ง ล่อกแล่ก ปากจัด พูดจาสามหาว เที่ยวเล่นตลอดเวลาเสียแหละมาก. เด็กชาวบ้าน เหล่านั้น เห็นชายและหญิงที่เป็นคนแก่เข็ญใจก็เอาฝุ่นละอองโปรยไปบน หลัง ห้อยใบลำเจียกไว้ในระหว่างรักแร้ แสดงการเล่นด้วยท่าทางอันไม่ เหมาะสมน่าตำหนิ ก็หัวเราะใส่คนที่กำลังดู. พระมหาบุรุษเห็นพวกเด็ก นักเลงเหล่านั้นเที่ยวไปในนิคมนั้น จึงคิดว่า บัดนี้ เราได้อุบายเครื่อง บำเพ็ญอุเบกขาบารมี แล้วจึงอยู่ ณ ที่นั้น. พวกเด็กนักเลงเห็นพระมหา- บุรุษนั้น จึงเริ่มที่จะทำความไม่เหมาะสม. พระมหาสัตว์ลุกขึ้นเดินไปทำคล้ายกับทนไม่ได้ และทำคล้ายกลัวเด็ก พวกนั้น. พวกเด็กเหล่านั้นก็ตามพระโพธิสัตว์ไป. พระโพธิสัตว์เมื่อถูก พวกเด็กตามไป จึงไปป่าช้าด้วยเห็นว่าที่ป่าช้านี้คงไม่มีใครขัดคอ เอาโครง- กระดูกทำเป็นหมอนหนุนแล้วนอน. พวกเด็กนักเลงก็พากันไปที่ป่าช้านั้น ทำความไม่เหมาะสมหลาย ๆ อย่าง มีการถ่มน้ำลายเป็นต้น แล้วก็กลับไป.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka