Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 74 หน้าที่ 548

เล่ม มมร. 74 หน้า 548 ข้อ 35
พวกเด็กนักเลงทำอย่างนี้ทุก ๆ วัน. พวกที่เป็นวิญญูชนเห็นเด็ก ๆ ทำอย่าง นั้น ก็ห้าม รู้ว่าท่านผู้นี้มีอานุภาพมาก มีตบะเป็นมหาโยคี จึงพากันกระทำ สักการสัมมานะอย่างมากมาย. ฝ่ายพระมหาสัตว์เป็นเช่นเดียว คือเป็น กลางในทุกอย่าง. ดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า :- สุสาเน เสยฺยํ กปฺเปมิ ฯ ล ฯ ทยา โกโป น วิชฺชติ คำแปลปรากฏแล้วในบาลีแปลข้างต้น บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สุสาเน เสยฺยํ กปฺเปมิ, ฉวฏฺิกํ อุปนิธาย เรานอนอยู่ในป่าช้า เอาซากศพอันมีแต่โครงกระดูกทำเป็นหมอน หนุน ความว่า เรานอนอยู่ในป่าช้านั้น เพราะเรามีจิตเสมอกันในสิ่งที่ สะอาดและไม่สะอาด จึงเอาบรรดากระดูกที่กระจัดกระจายอยู่ในที่นั้น จาก ซากที่เขาทิ้งไว้ในป่าช้าผีดิบ มีสุนัขบ้านและสุนัขจิ้งจอกเป็นต้น กระดูก ชิ้นหนึ่งเป็นหมอนหนุน. บทว่า คามมณฺฑลา คือเด็กชาวบ้าน บทว่า รูปํ ทสฺเสนฺตินปฺปกํ ความว่า เด็กชาวบ้านเหล่านั้นกระทำความไม่เหมาะ- สมความหยาบช้าหลายอย่าง ด้วยการถ่มน้ำลายหัวเราะเยาะและถ่ายปัสสาวะ เป็นต้น และด้วยการแยงเส้นหญ้าเป็นต้น เข้าไปในช่องหู เพราะเล่นได้ ตามความพอใจ. บทว่า อปเร คือบรรดาเด็กชาวบ้านเหล่านั้นบางพวก. บทว่า อุ- ปายนานิ อุปเนนฺติ ความว่า เด็กชาวบ้านพวกนั้นสังเกตดูว่า ท่านผู้นี้
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka