แม้ในจริยานี้ พระมหาสัตว์ย่อมได้บารมี ๑๐ ครบโดยเฉพาะทาน-
บารมีก่อน. การบริจาคสมบัติทั้งปวงและการบริจาคอัตภาพของตนโดยไม่
คำนึงว่าใคร ๆ ถือเอาสรีระนี้ แล้วจงทำอย่างใดอย่างหนึ่งที่ตนปรารถนา
เป็น ทานบารมี. การไม่ทำสิ่งไม่ควรทำทั้งปวง มีความเลวเป็นต้น เป็น
ศีลบารมี. การเพิ่มพูนอสุภสัญญาในกายของพระโพธิสัตว์ผู้หันหลังให้ความ
ยินดีในกาม ออกจากเรือน เป็น เนกขัมมบารมี. ความเป็นผู้ฉลาดใน
การกำหนดธรรมเป็นอุปการะแก่สัมโพธิสมภาร แลในการละธรรมอันเป็น
ปฏิปักษ์ต่ออุปการะธรรมนั้น ละการคิดถึงสภาวธรรมจากธรรมอันไม่วิปริต
เป็น ปัญญาบารมี. การบรรเทากามวิตกเป็นต้น และการพยายามอดกลั้น
ความทุกข์ เป็น วีริยบารมี. ความอดทนด้วยความอดกลั้น เป็น ขันติ-
บารมี. จริงวาจา และจริงด้วยการเว้นโดยไม่ผิดสมาทาน เป็น สัจบารมี.
การตั้งใจสมาทานไม่หวั่นไหวในธรรมอันไม่มีโทษ เป็น อธิษฐานบารมี.
ความเป็นผู้มีเมตตา และความเอ็นดูในสรรพสัตว์โดยไม่เจาะจง เป็น เมต-
ตาบารมี. ส่วนอุเบกขาบารมี ของพระโพธิสัตว์นั้นพึงทราบตามที่กล่าวแล้ว
นั่นแล. อนึ่ง ในจริยานี้ ท่านทำอุเบกขาบารมีให้เป็นบารมียอดเยี่ยมอย่าง
ยิ่ง จึงยกอุเบกขาบารมีนั้นขึ้นสู่เทศนา.
อนึ่ง ในจริยานี้ พึงประกาศคุณานุภาพของพระมหาสัตว์ มีอาทิ
อย่างนี้ คือการละกองโภคสมบัติใหญ่และวงศ์ญาติใหญ่ แล้วออกจากเรือน
เช่นกับการออกบวช. การไม่ถือเพศบรรพชิตของพระมหาสัตว์ผู้ออกไปอย่าง