Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 75 หน้าที่ 32

เล่ม มมร. 75 หน้า 32 ข้อ 1
เจริญวิปัสสนาตามที่นั่งอยู่ ยังกิเลสทั้งปวงให้สิ้นไปแล้ว ตั้งอยู่ในพระอรหัต ซึ่งเป็นธรรมอันเลิศ แล้วเปล่งอุทานว่า พระโยคีย่อมเห็นธรรมที่ลึกซึ้ง อัน ตรัสรู้ได้แสนยาก มีเหตุเป็นแดนเกิดขึ้น อันพระมเหสีทรงรู้ยิ่งโดยพระองค์เอง แสดง ไว้โดยลำดับ โดยสิ้นเชิง ในสมันตปัฏฐาน นี้เท่านั้น เหมือนกับเป็นรูปร่างทีเดียว. นี้ชื่อว่า นัยสาคร. ญาณสาคร เป็นไฉน ? สัพพัญญุตญาณ ชื่อว่า ญาณสาคร. จริงอยู่ ญาณอื่นไม่อาจเพื่อจะรู้สาครนั้นว่า นี้ชื่อว่า สังสารสาคร นี้ชื่อ ชลสาคร นี้ชื่อ นยสาคร แต่สัพพัญญุตญาณเท่านั้นอาจเพื่อรู้ได้ เพราะ ฉะนั้น สัพพัญญุตญาณ จึงชื่อว่า ญาณสาคร. บรรดาสาครทั้ง ๔ เหล่านั้น นยสาครประสงค์เอาในที่นี้ พระพุทธเจ้า ทั้งหลายผู้สัพพัญญูเท่านั้น ย่อมแทงตลอดในนัยสาครนี้. พระผู้มีพระภาคเจ้าแม้นี้ ประทับนั่งที่ควงไม้โพธิ์ทรงแทงตลอด นัยสาครนี้ เมื่อทรงพิจารณาธรรมที่พระองค์แทงตลอดแล้ว ประทับนั่งโดย บัลลังก์เดียวตลอดสัปดาห์ว่า เมื่อเราเสาะแสวงหาธรรมนี้หนอ ล่วงไปถึง ๔ อสงไขย ยิ่งด้วยแสนกัป ภายหลังเรานั่ง ณ บัลลังก์นี้ จึงยังกิเลส ๑,๕๐๐ ให้สิ้นไปแล้วแทงตลอดได้ ดังนี้ ลำดับนั้น จึงเสด็จลุกขึ้นจากบัลลังก์ ประทับ ยืนแลดูบัลลังก์ตลอดสัปดาห์ ด้วยพระเนตรอันไม่กระพริบ ด้วยพระดำริว่า สัพพัญญุตญาณ เราแทงตลอดแล้ว ณ บัลลังก์นี้หนอ ดังนี้.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka