Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 75 หน้าที่ 138

เล่ม มมร. 75 หน้า 138 ข้อ 1
ทั้งหลายไม่มี เป็นผู้น้อมไปในเนกขัมมะ เป็นสัตบุรุษ ไม่ติดอยู่ในภพน้อยภพใหญ่ ย่อมเที่ยวไป เพื่อประพฤติประโยชน์แก่ชาว โลก ย่อมบำเพ็ญบารมีทั้งปวง ดังนี้ เมื่อพระโพธิสัตว์บรรลุอานิสงส์เหล่านั้นมาบำเพ็ญบารมีทั้งหลายอยู่ ในกาลเสวยพระชาติเป็นอกิตติพราหมณ์ ในกาลเสวยพระชาติเป็นสังขพราหมณ์ ในกาลเสวยพระชาติเป็นพระเจ้าธนัญชัย ในกาลเสวยพระชาติเป็นพระเจ้ามหา- สุทัศนะ ในกาลเสวยพระชาติเป็นมหาโควินทะ ในกาลเสวยพระชาติเป็น พระเจ้านิมิมหาราช ในกาลเสวยพระชาติเป็นพระจันทกุมาร ในกาลเสวย พระชาติเป็นวิสัยหเศรษฐี ในกาลเสวยพระชาติเป็นสสบัณฑิต ในกาลเสวย พระชาติเป็นพระเจ้าสีวิราช ในกาลเป็นพระเวสสันดร ดังนี้ ชื่อว่า ปริมาณ- อัตภาพที่บำเพ็ญทานบารมี มีคุณนับไม่ได้. ว่าด้วยทานที่เป็นปรมัตถ์ อนึ่ง เมื่อพระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นสสบัณฑิต ได้สละอัตภาพ ที่ท่านกล่าวไว้ในสสบัณฑิตชาดก อย่างนี้ว่า เราเห็นพราหมณ์ผู้มาขอ จึงสละ อัตภาพของตน ทานของเราไม่มีใครเสมอ นั่นเป็นทานบารมีของเรา ดังนี้. ชื่อว่าการบำเพ็ญทานเป็นปรมัตถบารมีโดยส่วนเดียว. ว่าด้วยศีลบารมีที่เป็นปรมัตถ์ อนึ่ง ชื่อว่า ปริมาณอัตภาพที่บำเพ็ญศีลบารมีมีคุณที่นับไม่ได้ คือ ในกาลเสวยพระชาติเป็นพระเจ้าสีวิราช ในกาลเสวยพระชาติเป็นจัมเปยย-
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka