บทว่า "อสหิตญฺจ" ความว่า ก็แลเมื่อกล่าว ก็ย่อมไม่กล่าวให้
เหมาะสมแก่เหตุผล.
ข้อว่า "ปริสา จสฺส อกุสลา โหติ" อธิบายว่า ก็บริษัทผู้นั่ง
ประชุมกันเพื่อจะฟังธรรมมีอยู่ ภิกษุผู้ธรรมกถึกนั้น ย่อมไม่รู้ถ้อยคำที่ควร
และไม่ควร มีเหตุหรือไม่มีเหตุ สละสลวยหรือไม่สละสลวย.
บทว่า "เอวรูโป" ความว่า ผู้นี้ คือ พระธรรมกถึกผู้โง่ ผู้มีชาติ
อย่างนั้นย่อมได้ชื่อว่า ธรรมกถึกของบริษัทผู้โง่เขลา ผู้มีชาติอย่างนั้นนั่น
เทียว. บัณฑิตพึงทราบเนื้อความในทุก ๆ บทโดยนัยนี้. ก็ในพระธรรมกถึก
เหล่านี้. พระธรรมกถึก ๒ พวกเท่านั้น ชื่อว่า เป็นพระธรรมกถึกโดยสภาวะ
ส่วนพระธรรมกถึกนอกจากนี้ ท่านกล่าวไว้อย่างนั้น เพราะอยู่ในระหว่างแห่ง
พระธรรมกถึกทั้งหลาย.
บุคคลเปรียบด้วยวลาหก ๔ อย่าง เป็นไฉน ?
[๑๑๑] วลาหก ๔ อย่าง
ฟ้าร้อง ฝนไม่ตก ๑
ฝนตก ฟ้าไม่ร้อง ๑
ฟ้าร้อง ฝนตก ๑
ฟ้าไม่ร้อง ฝนไม่ตก ๑
[๑๑๒] บุคคลเปรียบด้วยวลาหก ๔ อย่างนี้ มีปรากฏอยู่ใน
โลก ก็อย่างนั้นเหมือนกัน.