หนึ่ง ๆ นั่นเทียว. บรรดาประเภทแห่งกาลเหล่านั้น วาระทั้งหลายมี
ปุคคลวาระเป็นต้น ย่อมมีในกาลหนึ่ง ๆ. วาระเหล่านั้นแม้ทั้งหมด
ย่อมมี ๒ อย่างเทียว ด้วยอำนาจอนุโลมนัย และปฏิโลมนัย. ในวาระ
เหล่านั้น ในปัจจุบันกาล ในอนุโลมนัยแห่งปุคคลวาระ ยมก ๑๐ อย่าง
ย่อมมีด้วยการถือเอาแล้วไม่ถือเอาอีก คือ มูลแห่งรูปขันธ์ในขันธยมก ๔
มูลแห่งเวทนาขันธ์ ๓ มูลแห่งสัญญาขันธ์ ๒ มูลแห่งสังขารขันธ์ ๑
อายตนะ มูลแห่งจักขุอายาตนะ ๑๑ อย่าง ก็ย่อมมีฉันนั้นอย่างนี้ คือ จักขุ-
อายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสตายตนะย่อมเกิดขึ้นเก่สัตว์นั้น ก็
หรือว่า โสตายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุอายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่
สัตว์นั้น จักขุอายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานายตนะ ชิวหายตนะ
กายายตนะ รูปายตนะ สัททายตนะ คันธายตนะ รสายตนะ โผฏ-
ฐัพพายตนะ มนายตนะ ธัมมายตนะ ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ก็หรือว่า
ธัมมายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขุอายตนะ ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น.
โดยนัยมีอาทิว่า ยสฺส โสตายตนํ อุปฺปชฺชติ ตสฺส ฆานายตนํ
อุปฺปชฺชติ จึงมียมก ๖๖ อย่าง ด้วยการถือเอาแล้วไม่ถือเอาอีกคือ มูล
แห่งโสตายตนะ ๑๐ มูลแห่งฆานายตนะ ๙ มูลแห่งชิวหายตนะ ๘
มูลแห่งกายายตนะ ๗ มูลแห่งรูปายตนะ ๖ มูลแห่งสัททายตนะ ๕
มูลแห่งคันธายตนะ ๔ มูลแห่งรสายตนะ ๓ มูลแห่งโผฏฐัพพายตนะ ๒
มูลแห่งมนายตนะ ๑. ในอายตนะ ๑๑ อย่าง อันเป็นมูลแห่งจักขุ-
อายตนะนั้น จักขุอายตนะย่อมเกิดขั้นแก่สัตว์ใด อายตนะ ๕ อย่าง