เหล่านี้นั้นเทียวคือ โสตายตนะ ฆานายตนะ รูปายตนะ มนายตนะ
ธัมมายตนะ ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น อันท่านวิสัชนาแล้ว.
ในอายตนะเหล่านั้น อายตนะแรกควรวิสัชนาก่อน อายตนะ
แรกนั้นท่านวิสัชนาแล้ว. อายตนะ ๒ เป็นการวิสัชนาเช่นเดียวกับ
อายตนะแรกแม้ก็จริง ถึงอย่างนั้น อายตนะที่ ๒ ท่านก็วิสัชนาแล้ว
เพื่อห้ามความสงสัยว่า ฆานายตนะ ไม่เป็นไปแล้ว โดยส่วนเดียวในที่
ปวัตติกาลของจักขุโสตายตนะ อายตนะอย่างหนึ่ง พึงวิสัชนาอย่างไร
หนอแล. ยมก ๓ อย่างกับรูปายตนะ มนายตนะและธัมมายตนะ ชื่อว่า
ท่านวิสัชนาแล้ว เพราะวิสัชนาไม่เหมือนกัน. ในอายตนะที่เหลือ
ยมก ๒ อย่างกับชิวหายตนะและกายายตนะ เป็นการวิสัชนาเช่นเดียว
กับอายตนะ ๒ อย่างเบื้องต้น.
การวิสัชนายมกนั่นเทียวกับด้วยอายตนะนั้น ย่อมไม่มีเพราะไม่
เกิดขึ้นในปฏิสนธิขณะแห่งสัททายตนะ. อายตนะทั้งหลาย ท่านย่อ
ไว้แล้ว เพื่อความเบาแห่งแบบแผนว่า ยมก ๓ อย่าง แม้กับคันธายตนะ
รสายตนะและโผฏฐัพพายตนะ ย่อมเป็นการวิสัชนาเช่นเดียวกับอาตนะ
๒ เบื้องต้นนั่นเทียว. ในมูลแห่งโสตายตนะ อายตนะแม้อย่างหนึ่ง ไม่
ขึ้นสู่พระบาลีแล้วว่า อายตนะใดอันบัณฑิตย่อมได้ อายตนะนั้นย่อม
เป็นการวิสัชนาเช่นเดียวกับอายตนะทั้งหลายเบื้องต้น.