ในมูลแห่งฆานายตนะทั้งหลาย. ยมกอย่างหนึ่งขึ้นพระบาลีแล้ว
กับด้วยรูปายตนะยมก ๒ - ๓ อย่างขึ้นสู่พระบาลีแล้วกับด้วยมนายตนะ
และธัมมายตนะ. ยมกทั้งหลายที่เหลือไม่ขึ้นแล้ว ( สู่พระบาลี ) เพราะ
การวิสัชนาเช่นเดียวกันกับฆานายตนยมก. มูลแห่งชิวหายตนะและ
กายายตนะก็อย่างนั้น.
ในมูลแห่งรูปายตนะทั้งหลาย ยมก ๒ อย่างนั่นเทียว ท่าน
วิสัชนาแล้ว พร้อมกับมนายตนะและธัมมายตนะ. ยมก ๓ อย่าง พร้อม
กับคันธะ รสะและโผฏฐัพพะ ย่อมเป็นการวิสัชนาเช่นเดียวกันกับด้วย
รูปายตนะและมนายตนะ. คำว่า สรูปกานํ อจิตฺตกานํ เป็นต้น ท่าน
กล่าวแล้วในภายหลังฉันใดนั่นเทียว แม้ในอายตนยมกนี้ก็ฉันนั้น พึง
ทราบการรวบรวมว่า สรูปกานํ อคนฺธกานํ อรสกานํ อโผฏฺพฺพ
กานํ ดังนี้.
ก็ความเป็นแห่งอายตนะทั้งหลาย มีคันธะเป็นต้นนั่นแหละ
ท่านประสงค์เอาแล้วในอายตนยมกนี้ เพราะฉะนั้น บัณฑิตพึงทราบ
เนื้อความในอายตนยมกนี้ ด้วยอำนาจแห่งอายตนะว่า สรูปกานํ สคนฺ-
ธายตนํ. มูลแห่งสัททายตนะทั้งหลาย ไม่ขึ้นแล้วสู่พระบาลีนั่นเทียว
เพราะไม่มีเนื้อความ. อายตนะอันเป็นมูลแห่งคันธะ รสะและโผฏฐัพพะ
๔, ๓ และ ๒ อย่าง ไม่ขึ้นแล้วสู่พระบาลี เพราะวิสัชนาเช่นเดียวกัน
กับด้วยอายตนะทั้งหลายอันมีในหนหลัง. ยมก ๖๖ อย่างเหล่านี้