ในภังคขณะแห่งอรหัตมัคคจิตก็ดี ในภังคขณะแห่งจิตของพระ-
อรหันต์ทั้งหลายก็ดี บุคคลที่กำลังตายในอบายภูมิก็ดี ปุถุชนเหล่าใด
จะไม่ได้มรรค ปุถุชนเหล่านั้นกำลังตายก็ดี ในภังคขณะแห่งจิตใน
ปวัตติกาลก็ดี บุคคลที่กำลังตายในอสัญญสัตตภูมิก็ดี ทุกขสัจจะกำลังดับ
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่มัคคสัจจะไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น, บุคคลเหล่าใดจะได้อรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในภังค-
ขณะแห่งจิตนั้นก็ดี บุคคลเหล่าใดจะได้มรรคที่นอกจากจิตนั้น บุคคล
เหล่านั้นกำลังตายก็ดี ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี ทุกขสัจจะ
กำลังดับ และมัคคสัจจะก็จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น.
หรือว่า มัคคสัจจะจักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, ทุกขสัจจะก็
กำลังดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมัคคจิตก็ดี บุคคลเหล่าใดจะได้อรหัต-
มรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้นก็ดี บุคคลเหล่าใด
จะได้มรรคที่นอกจากจิตนั้น บุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดก็ดี ในอุปปาท-
ขณะแห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี ในภังคขณะแห่งมัคคจิตและผลจิตในอรูป-
ภูมิก็ดี มัคคสัจจะจักดับแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ทุกขสัจจะไม่ใช่กำลังดับ
แก่บุคคลเหล่านั้น บุคคลเหล่าใดจะได้อรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใด
ในภังคขณะแห่งจิตนั้นก็ดี บุคคลเหล่าใดจะได้มรรคที่นอกจากจิตนั้น