แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่ใช่ไม่ละอวิชา-
ชานุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่ละปฏิฆานุสัย ในอปริยา-
ปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่ละปฏิฆานุสัย และไม่ละอวิชชานุสัย
จากที่นั้น, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วย
มรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่ละปฏิฆานุสัย และไม่ละอวิชชานุสัย ใน
ที่ทั้งปวง.
ก็หรือว่า บุคคลใด ไม่ละอวิชชานุสัย จากที่ใด, บุคคลนั้น
ย่อมไม่ละปฏิฆานุสัย จากที่นั้น ใช่ไหม,
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่ละอวิชชา-
นุสัย ที่ทุกขเวทนา บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น
ย่อมไม่ละอวิชชานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วย
อนาคามิมรรคนั้น จะไม่ใช่ไม่ละปฏิฆานุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้น
นั้นแหละ ไม่ละอวิชชานุสัย ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ ที่รูปธาตุ
ที่อรูปธาตุ ที่อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่ละอวิชชานุสัย
และไม่ละปฏิฆานุสัย จากที่นั้น, บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มี
ความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่ละอวิชชานุสัย และ
ไม่ละปฏิฆานุสัย ในที่ทั้งปวง.
จบ ปฏิฆานุสยมูละ อวิชชานุสยมูลี
ปฏิฆานุสยมูล จบ