Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 85 หน้าที่ 414

เล่ม มมร. 85 หน้า 414 ข้อ 495
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัพยากตวิบาก และอัพยากตกิริยา โดยความเป็นของ ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา. ๔. พระอรหันต์เห็นรูปด้วยทิพยจักษุ ฟังเสียงด้วยทิพโสตธาตุ รู้จิตของท่านผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยจิต ที่เป็นอัพยากตวิบากและอัพยา- กตกิริยา ด้วยเจโตปริยญาณ. ๕. ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัพยากตะ เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ เจโตปริยญาณ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ และอนาคตังสญาณ ด้วยอำนาจ ของอารัมมณปัจจัย. [๔๙๕] ๗. อัพยากตธรรม เป็นปัจจัยแก่อกุศลธรรม ด้วยอำนาจ ของอารัมมณปัจจัย คือ ๑. บุคคลย่อมยินดีเพลิดเพลินซึ่งจักษุ เพราะปรารภจักษุนั้น ราคะ ทิฏฐิ วิจิกิจฉา อุทธัจจะ โทมนัส ย่อมเกิดขึ้น. ๒. บุคคลยินดีเพลิดเพลินซึ่งโสตะ ฆานะ ชิวหา กายะ รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ หทยวัตถุ และขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัพยากต- วิบากและอัพยากตกิริยา เพราะปรารภสิ่งนั้น ราคะ ทิฏฐิ วิจิกิจฉา อุท- ธัจจะ โทมนัส ย่อมเกิดขึ้น. อรรถกถาอารัมมณปัจจัย สองบทว่า ทานํ ทตฺวา คือ สละของที่ควรให้ อีกอย่างหนึ่งได้แก่ เจตนาเป็นเหตุให้ บทว่า ทตฺวา คือ ชำระเจตนาให้ผ่องแผ้ว คือให้ หมดจด.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka