Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 85 หน้าที่ 417

เล่ม มมร. 85 หน้า 417 ข้อ 495
ตัดสินใจ (สงสัย). อุทธัจจะย่อมเกิดแก่ผู้มีจิตฟุ้งซ่าน โทสะย่อมเกิดแก่ ผู้เดือดร้อนอยู่ว่า กรรมดี เรายังไม่ได้ทำเลยเป็นต้น. สองบทว่า ตํ อารพฺภ ความว่า ทำกรรมเหล่านั้นซึ่งตนสั่งสมไว้ แล้วในกาลก่อนให้เป็นอารมณ์. จริงอยู่ ศัพท์นี้อาเทสพหูพจน์เป็นเอก พจน์ อีกอย่างหนึ่ง คำนี้เป็นเอกพจน์ด้วยอำนาจชาติ. คำว่า อรหา มคฺคา วุฏฺหิตฺวา ความว่า ออกแล้วด้วยอำนาจการ ก้าวล่วงภวังค์ ในลำดับแห่งผลในมัคควิถี ก็ปัจจเวกขณะจิตเป็นกิริยา- พยากตะของพระอรหันต์นั้น. พระผู้มีพระภาคเจ้าครั้นทรงแสดงอารัมมณ- ปัจจัยแห่งกิริยาพยากตะอย่างนี้แล้ว เมื่อจะแสดงอารัมมณปัจจัยแห่ง วิปากาพยากตะอีก จึงตรัส คำว่า เสกฺขา วา เป็นอาทิ. สองบทว่า กุสเล นิรุทฺเธ คือ เมื่อวิปัสสนาชวนวิถีขาดไป. บทว่า วิปาโก ได้แก่ กามาวจรวิบาก. บทว่า ตทารมฺมณตา คือ โดยเป็นตทารัมมณะ อธิบายว่า จิตนั้น (ตทารมัมณจิต ) ทำกุศลที่เห็นแจ้งแล้วซึ่งเป็นอารมณ์แห่งกุศล- ชวนะให้เป็นอารมณ์เกิดขึ้น. ก็แลจะเกิดด้วยอำนาจตทารัมมณะอย่างเดียว เท่านั้นก็หาไม่ ยังเกิดด้วยอำนาจปฏิสนธิภวังค์และจุติด้วย. จริงอยู่ วิบาก ย่อมมีกุศลเป็นอารมณ์ได้เหมือนกัน สำหรับบุคคลผู้ทำกรรมให้เป็นอารมณ์ แล้วถือปฏิสนธิ. แต่วิบากนั้นไม่ได้แสดงไว้ในที่นี้เพราะเข้าใจยาก. คำว่า กุสลํ อสฺสาเทติ เป็นต้น ตรัสไว้เพื่อแสดงวิบากที่มีกุศลเป็นอารมณ์ ในที่สุดแห่งอกุศลชวนะ. คำนี้ว่า วิญฺาณญฺจายตนวิปากสฺส ถึงจะเป็นธรรมที่เข้าใจยาก พระองค์ก็ตรัสไว้ด้วยอำนาจวิบากที่มีได้ เพรามหัคคตวิบากไม่เกิดโดย ความเป็นตทารัมมณะ. บทว่า กิริยสฺส คือ อากาสานัญจาตนกุศล
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka