๒. ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอัพยากตวิบาก เป็นปัจจัย
แก่ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูป ด้วยอำนาจของนิสสยปัจจัย, ขันธ์ ๓ เป็น
ปัจจัยแก่ขันธ์ ๑ และกฏัตตารูป ด้วยอำนาจของนิสสยปัจจัย, ขันธ์ ๒
เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ และกฏัตตารูป ด้วยอำนาจของนิสสยปัจจัย.
๓. ขันธ์ทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่หทยวัตถุ, หทยวัตถุเป็น
ปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย, ด้วยอำนาจของนิสสยปัจจัย.
๔. มหาภูตรูป ๑ เป็นปัจจัยแก่มหาภูตรูป ๓ ด้วยอำนาจของ
นิสสยปัจจัย, มหาภูตรูป ๓ เป็นปัจจัยแก่มหาภูตรูป ๑ ด้วยอำนาจของ
นิสสยปัจจัย, มหาภูตรูป ๒ เป็นปัจจัยแก่มหาภูตรูป ๒ ด้วยอำนาจของ
นิสสยปัจจัย.
๕. มหาภูตรูปทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป กฏัต-
ตารูป ที่เป็นอุปาทารูป ด้วยอำนาจของนิสสยปัจจัย.
๖. ที่เป็นพาหิรรูป อาหารสมุฏฐานรูป อุตุสมุฏฐานรูป
ฯลฯ.
๗. สำหรับพวกอสัญญสัตว์ มหาภูตรูป ๑ เป็นปัจจัยแก่
มหาภูตรูป ๓ ด้วยอำนาจของนิสสยปัจจัย, มหาภูตรูป ๓ เป็นปัจจัยแก่
มหาภูตรูป ๑ ด้วยอำนาจชองนิสสยปัจจัย, มหาภูตรูป ๒ เป็นปัจจัยแก่
มหาภูตรูป ๒ ด้วยอำนาจของนิสสยปัจจัย.
๘. มหาภูตรูปทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทา-
รูป ด้วยอำนาจของนิสสยปัจจัย.
๙. จักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ด้วยอำนาจของ