Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 85 หน้าที่ 450

เล่ม มมร. 85 หน้า 450 ข้อ 544
๑. บุคคลให้ทาน สมาทานศีล กระทำอุโบสถกรรม กระทำกุศล นั้น ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น แล้วพิจารณา. ๒. บุคคลกระทำกุศลทั้งหลายที่สั่งสมไว้ดีแล้วในกาลก่อน ให้เป็น อารมณ์อย่างหนักแน่น แล้วพิจารณา. ๓. บุคคลออกจากฌาน กระทำฌานให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น แล้วพิจารณา. ๔. พระเสขะทั้งหลาย กระทำโคตรภู ให้เป็นอารมณ์อย่างหนัก- แน่น แล้วพิจารณา กระทำโวทาน ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น แล้ว พิจารณา. ๕. พระเสขะทั้งหลายออกจากมรรค กระทำมรรคให้เป็นอารมณ์ อย่างหนักแน่น แล้วพิจารณา. ที่เป็น อนันตรูปนิสสยะ ได้แก่ ๑. กุศลขันธ์ทั้งหลายที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัย แก่กุศลขันธ์ทั้งหลาย ที่เกิดหลัง ๆ ด้วยอำนาจของอุปนิสสยปัจจัย. ๒. อนุโลม เป็นปัจจัยแก่โคตรภู ด้วยอำนาจของอุปนิสสยปัจจัย. ๓. อนุโลม เป็นปัจจัยแก่โวทาน ด้วยอำนาจของอุปนิสสยปัจจัย. ๔. โคตรภู เป็นปัจจัยแก่มรรค ด้วยอำนาจของอุปนิสสยปัจจัย. ๕. โวทาน เป็นปัจจัยแก่มรรค ด้วยอำนาจของอุปนิสสยปัจจัย. ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ ๑. บุคคลอาศัยศรัทธา แล้วให้ทาน สมาทานศีล กระทำอุโบสถ- กรรม ยังฌานให้เกิดขึ้น ยังวิปัสสนาให้เกิดขึ้น ยังมรรคให้เกิดขึ้น ยัง อภิญญาให้เกิดขึ้น ยังสมาบัติให้เกิดขึ้น.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka