สหชาตะและปุเรชาตะ เป็นปัจจัยแก่อัพยากตะโดยเป็นสหชาตะอย่าง
เดียว.
สองบทว่า อุปนิสฺสเย นว ความว่า ในอุปนิสสยปัจจัย มี
วิสัชนา ๙ วาระ ทุกวาระมีบทต้น ๑บท และอวสานบท๑. ในวิภังค์แห่ง
ปัจจัยเหล่านั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงประเภทไว้ ๒๓ วาระ บรรดา
วาระเหล่านั้น อารัมมณูปนิสสยปัจจัย มี ๗ วาระ อนันตรูปสนิสสยปัจจัย
มี ๗ วาระ ปกตูปนิสสยปัจจัย มี ๙ วาระ.
สองบทว่า ปุเรชาเต ตีณิ ความว่า ในปุเรชาตปัจจัย มีวิสัชนา
๓ วาระ อย่างนี้ คือ อัพยากตะเป็นปัจจัยแก่อัพยากตะ อัพยากตะเป็น
ปัจจัยแก่กุศล อัพยากตะเป็นปัจจัยแก่อกุศล.
สองบทว่า ปจฺฉาชาเต ตีณิ ความว่า ในปัจฉาชาตปัจจัย มี
วิสัชนา ๓ วาระ อย่างนี้ คือ กุศลเป็นปัจจัยแก่อัพยากตะ อกุศลเป็น
ปัจจัยแก่อัพยากตะ อัพยากตะเป็นปัจจัยแก่อัพยากตะ.
สองบทว่า อาเสวเน ตีณิ คือ ในอาเสวนปัจจัย มีวิสัชนา ๓
วาระ เหมือนกับอัญญมัญญปัจจัย.
สองบทว่า กมฺเม สตฺต คือ ในกัมมปัจจัย มีวิสัชนา ๗ วาระ
เหมือนเหตุปัจจัย บรรดาวิสัชนา ๗ วาระเหล่านั้น นานักขณิกกัมมปัจจัย
มาในวิสัชนา ๒ วาระ ใน ๕ วาระ (ที่เหลือ) มาได้เฉพาะสหชาตปัจจัย
เท่านั้น.
สองบทว่า วิปาเก เอกํ ได้แก่ วิปากปัจจัย มี ๑ วาระ คือ
อัพยากตะกับอัพยากตะ.