Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 85 หน้าที่ 578

เล่ม มมร. 85 หน้า 578 ข้อ 673
มัญญปัจจัยล้วน) นั่นเอง. สองบทว่า นิสฺสเย สตฺต ได้แก่ ในนิสสย- ปัจจัย มี ๗ วาระ คือ วิสัชนาที่ได้ในเหตุปัจจัย. สองบทว่า วิปาเก เอกํ คือ ๑ วาระ ที่ได้ในวิบากปัจจัยล้วน ๆ. คำว่า อินฺทริยมคฺเคสุ จตฺตาริ ในอินทริยปัจจัยและมัคคปัจจัย มี ๔ วาระ มีนัยดังที่กล่าวแล้ว ในหนหลังนั่นเอง. สองบทว่า สมฺปยุตฺเต ตีณิ ได้แก่ ในสัมปยุตต- ปัจจัย มี ๓ วาระ คือ วิสัชนาที่ได้ในสุทธิกสัมปยุตตปัจจัยนั่นเอง. สอง บทว่า วิปฺปยุตฺเต ตีณิ ได้แก่ ในวิปปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ ผู้ศึกษา พึงทราบวิสัชนาที่ยกเอารูป มีกุศลจิตเป็นต้น เป็นสมุฏฐานขึ้นเป็นปัจจ- ยุบบัน. สองบทว่า อตฺถิอวิคเตสุ สตฺต ในอัตถิปัจจัยและอวิคตปัจจัย มี ๗ วาระ คือ วิสัชนาที่ได้ในเหตุปัจจัยนั่นเอง ด้วยประการดังพรรณนา มาแล้วนี้. เหตุปัจจัย ได้การประกอบอธิบายร่วมกับปัจจัยสิบเอ็ด มีอธิปติ- ปัจจัยเป็นต้นเหล่าใด พระผู้มีพระภาคเจ้าครั้นทรงแสดงวิธีนับในทุมูลกนัย ด้วยอำนาจแห่งปัจจัยเหล่านั้นแล้ว บัดนี้ เพื่อจะทรงแสดงวิธีนับใน ติมูลกนัยเป็นต้น จึงทรงตั้งข้อกำหนดตรัสว่า เหตุสหชาตนิสฺสยอตฺถิ อวิคตนฺติ สตฺต ในเพราะปัจจัย ๕ คือ เหตุ สหชาตะ นิสสยะ อัตถิ และอวิคตปัจจัย มี ๗ วาระ เป็นต้นด้วยประการฉะนี้. แต่ในคัมภีร์ทั้งหลาย พระอาจารย์เขียนชื่อปัจจัยมีอักขระตกไป อย่างนี้ คือ นิสฺส อุปนิสฺส อธิปาติ คำนั้นท่านเขียนด้วยอำนาจลืมใส่ใจ เพราะฉะนั้น ในฐานะเช่นนั้นจึงควรเติมบาลีเสียให้ทราบ ก็ข้อกำหนดที่ ท่านตั้งไว้นั้นย่อมแสดงถึงอรรถนี้ว่า เหตุปัจจัยนี้ย่อมได้วิสัชนา ๗ วาระ ที่ได้ในวิภังค์ของตนเท่านั้น เพราะรวมเข้ากับปัจจัย ๔ มีสหชาตปัจจัย
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka