เป็นต้น. ก็ถ้าหากรวมอัญญมัญญปัจจัยลงในอธิการนี้ ย่อมได้วิสัชนา
๓ วาระ ในอัญญมัญญปัจจัย, ถ้ารวมสัมปยุตตปัจจัยเข้าด้วยก็คงได้วิสัชนา
๓ วาระ เหล่านั้นเอง. ในเหตุวิปปยุตตทุกะ ถ้ารวมวิปปยุตตปัจจัยเข้าไป
ด้วยกันก็ได้วิสัชนา ๓ วาระ. ถ้ารวมวิปากปัจจัยด้วย ย่อมได้วิสัชนาวาระ
เดียวเท่านั้น เพราะเทียบเคียงปัจจัยทั้งหมดที่เป็นสภาคะกับวิบาก. ก็ถ้า
รวมอินทริยปัจจัยและมัคคปัจจัยเข้าไปในที่นี้ด้วย ย่อมได้วิสัชนา ๔ วาระ
ที่ได้ในทุมูลกนัย กับด้วยอินทริยะและมัคคปัจจัยเหล่านั้น.
ถ้ารวมอัญญมัญญปัจจัยกับปัจจัยทั้งสองนั้น ให้นำวิสัชนาออกเสีย
๒ วาระ คือ กุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่อัพยากตะ กุศลธรรม เป็นปัจจัย
แก่กุศลธรรมและอัพยากตะ ในบรรดาวิสัชนา ๔ วาระที่แสดงไว้ใน
เหตาธิปติทุกะ ย่อมได้วิสัชนา ๒ วาระที่เหลือ ถึงจะเพิ่มสัมปยุตตปัจจัย
เข้าไปในที่นั้นอีก ก็คงได้วิสัชนา ๒ วาระเหล่านั้นเอง. ก็ถ้าเพิ่มวิปป-
ยุตตปัจจัยเข้าไป จะได้วิสัชนา ๒ วาระนอกจากนั้นด้วย ถ้าเพิ่มวิปาก-
ปัจจัยเข้าไปในปัจจัยเหล่านั้น ย่อมได้วิสัชนาวาระเดียวในที่ทุกแห่ง. ก็เมื่อ
ไม่ผนวกปัจจัยที่มีวิธีคำนวณได้น้อยกว่าเหตาธิปติทุกะกับอธิปติปัจจัย ย่อม
ได้วิสัชนา ๔ วาระเท่านั้น. เมื่อผนวกเข้าไปด้วย ย่อมได้วิสัชนา ๒ วาระ
และ ๑ วาระ ด้วยอำนาจแห่งปัจจัยเหล่านั้นแล. ผู้ศึกษาครั้นทราบ
จำนวนที่ได้อยู่ในการประกอบรวมกันแห่งปัจจัยนั้น ๆ ดังพรรณนามานี้
แล้ว พึงขยายจำนวน (วิธีนับ) ในติมูลกนัยเป็นต้นต่อไป.
ก็บรรดาฆฏนาเหล่านี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ด้วยอำนาจเหตุ-
ปัจจัย อันมี ๙ ฆฏนาโดยสามัญ ฆฏนา ๔ ฆฏนาก่อนฆฏนาทั้งปวงเป็น
อวิปากฆฏนาเท่านั้น (คือ ยังไม่มีวิปากปัจจัยที่ร่วมด้วย) แต่ในตอน