วิสัชนาอัพยากตะกับอัพยากตะ ย่อมได้วิบากเหตุในที่นี้ด้วย. ฆฏนา ๕
ฆฏนาต่อจากนั้นตรัสไว้ด้วยอำนาจเหตุที่เป็นวิบาก. วิบากที่เป็นสหชาตะ
และรูปที่เป็นสหชาตะกับวิบากทั้งหมด ก็ตรัสไว้ในที่นั้นด้วย บรรดา
ฆฏนาเหล่านั้น วิบาก และรูปที่มีวิบากนั้นเป็นสมุฏฐาน ย่อมได้ใน
ฆฏนาที่ ๑.
วิบากและวัตถุรูปในปฏิสนธิกาลได้ใน ฆฏนาที่ ๒.
ใน ฆฏนาที่ ๓ ได้เฉพาะอรูปธรรมอย่างเดียว.
ฆฏนาที่ ๔ ได้เฉพาะรูปที่มีวิบากจิตเป็นสมุฏฐานอย่างเดียว.
ฆฏนาที่ ๕ ได้เฉพาะวัตถุรูปเท่านั้น.
ฆฏนา ๑๕ ต่อจากนั้น เกี่ยวข้องกับอินทรีย์ ตรัสไว้ด้วยอำนาจ
อโมหเหตุ. ในบรรดาฆฏนา ๑๕ เหล่านั้น พวกแรกมี ๙ ฆฏนาไม่มี
อธิบดี. พวกหลังมี ๖ ฆฏนามีอธิบดี. แม้ในบรรดาฆฏนาที่ไม่มีอธิบดี ๔
ฆฏนาแรก ในที่ทุกแห่งตรัสด้วยอโมหเหตุเหมือนกันหมดโดยสามัญ.
๕ ฆฏนาหลังตรัสด้วยอำนาจอโมหเหตุที่เป็นวิบาก.
บรรดาฆฏนาที่ไม่มีอธิบดีเหล่านั้น ฆฏนาแรก ทรงแสดงไว้ใน
เหตาธิปติทุกะในหนหลังว่า มี ๔ วาระ.
ใน ฆฏนาที่ ๒ ขาดรูปที่มีจิตเป็นสมุฏฐาน.
ใน ฆฏนาที่ ๓ ไม่มีวัตถุรูป.
ใน ฆฏนาที่ ๔ ได้กุศลธรรมเป็นปัจจัยแก่จิตตชรูป อัพยากตะ
ย่อมได้รูปที่มีอัพยากตะเป็นสมุฏฐานเท่านั้น (จิตตชรูปและปฏิสนธิ-
กัมมชรูป).
ฆฏนาที่ ๕ ที่ประกอบด้วยวิบาก นอกจากนั้นมีนัยดังกล่าวแล้ว