Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 85 หน้าที่ 813

เล่ม มมร. 85 หน้า 813 ข้อ 1007
แล้วในคำว่า นอารมฺมเณ ปณฺณรส ในนอารัมมณปัจจัย มี ๑๕ วาระ บรรดาวาระ ๑๕ ที่ท่านกล่าวไว้ในนอารัมมณปัจจัย วาระ ๗ เหล่านี้คือ กุสโล กุสลสฺส อพฺยากตสฺส กุสลาพยากตสฺส, อกุสโล อกุสลสฺส อพฺยากตสฺส อกุสลาพยากตสฺส อพฺยากโต อพฺยากตสฺส (๗ วาระคือ กุ-ก, กุ-อัพ, กุ-กุ.อัพ, อกุ- อกุ, อกุ-อัพ, อกุ- อกุ.อัพ และ อัพ-อัพ) เหมือนกันกับวาระ ๗ ที่ท่านกล่าวไว้ในเหตุปัจจัย. คำว่า เหตุปจฺจยา นอารมฺมเณ สตฺต เพราะเหตุปัจจัย ในนอารัมมณปัจจัย มี ๗ วาระ ท่านกล่าวหมายเอาวาระ ๗ เหล่านั้น. แม้ในคำว่า นอธิปติยา สตฺต ในนอธิปติปัจจัย มี ๗ วาระ เป็นต้น ก็นัยนี้เหมือนกัน. ส่วน ในนสหชาตปัจจัย ย่อมไม่ได้วาระ แม้สักอย่างหนึ่ง เพราะเหตุปัจจัยที่ ไม่เกิดพร้อมกันไม่มี เพราะฉะนั้น ท่านจึงไม่แต่งโยชนาด้วยนสหชาต- ปัจจัยนั้น. วาระ ๓ มีกุศลเป็นต้น ย่อมได้รูปาพยากตะในนอัญญมัญญปัจจัย. คำว่า ตีณิ ท่านกล่าวหมายเอาวาระ ๓ เหล่านั้น ในนสัมปยุตตปัจจัยก็ เหมือนกัน ส่วนในนวิปปยุตตปัจจัย ผู้ศึกษาพึงทราบวาระ ๓ ด้วยอำนาจ แห่งอรูปธรรม คือกุศลเป็นปัจจัยแก่กุศล อกุศลเป็นปัจจัยแก่อกุศล อัพยากตะเป็นปัจจัยแก่อัพยากตะ. นนิสสยะ โนอัตถิ โนอวิคตปัจจัย ย่อมมีไม่ได้ เหมือนสหชาต- ปัจจัย เพราะเหตุนั้นท่านจึงไม่แต่งโยชนาเชื่อมกับปัจจัยเหล่านั้น. ใน ข้อนี้มีการกำหนด ๒ อย่าง คือ สตฺต = ๗ ตีณิ = ๓ ด้วยประการ- ฉะนี้. ผู้ศึกษาพึงลดจำนวนแห่งปัจจัยที่นับได้มากกว่ากับปัจจัยที่นับได้
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka