น้อยกว่า ด้วยอำนาจแห่งข้อกำหนดเหล่านั้น แล้วพึงทราบการนับใน
ปัจจัยฆฏนา ทั้งหลายต่อไป.
พึงทราบวินิจฉัยในฆฏนานั้นต่อไป คำว่า เหตุ สหชาต นิสฺสย
อตฺถิ อวิคตนฺติ นอารมฺมเณ สตฺต ความว่า ผู้ศึกษาพึงทราบว่า ใน
นอารัมมณปัจจัย มี ๗ วาระ โดยนัยนี้ว่า กุศลธรรมเป็นปัจจัยแก่กุศล-
ธรรม เพราะปัจจัย ๕ คือ เหตุ สหชาตะ นิสสยะ อัตถิ อวิคตปัจจัย.
กุศลเหตุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สัมปยุตด้วย เหตุ สหชาตะ นิสสยะ อัตถิ
อวิคตะ และ นอารัมมณปัจจัย. แม้ในคำว่า นาธิปติยา สตฺต เป็นต้น
ก็นัยนี้เหมือนกัน.
ใน ฆฏนาที่ ๒ ท่านกล่าวว่า ตีณิ = ๓ ในปัจจัยที่เหลือ เว้น
นสัมปยุตตปัจจัย เพราะผนวกอัญญมัญญปัจจัยเข้าไปด้วย. ส่วนใน
นสัมปยุตตปัจจัย ท่านกล่าวว่า เอกํ = ๑ หมายถึงนามและรูปใน
ปฏิสนธิกาล ซึ่งวิปปยุตกันและกัน ฯ ก็ในอธิการนี้ย่อมไม่ได้อัญญมัญญ-
ปัจจัย โดยเป็นปัจจนียะ เพราะผนวกเข้าในอนุโลมฆฏนา เพราะฉะนั้น
ท่านจึงไม่กล่าวว่า นอญฺมญฺเ. ปัจจัยที่เข้าได้แม้ในฆฏนาที่เหลือ
ก็ย่อมไม่ได้โดยเป็นปัจจนียะเหมือนในอธิการนี้.
ใน ฆฏนาที่ ๓ มีวิสัชนา ๓ วาระเท่านั้น เพราะสัมปยุตตปัจจัยถูก
ผนวกเข้าไปด้วย.
ใน ฆฏนาที่ ๔ มีวิสัชนา ๓ วาระ คือกุศลเป็นต้น เป็นปัจจัย
แก่รูปที่มีจิตเป็นสมุฏฐาน เพราะผนวกวิปปยุตตปัจจัยเข้าไปด้วย.
ใน ฆฏนาที่ ๕ เพราะมีวิบากเข้าไปด้วยในที่ทุกแห่ง จึงมีวิสัชนา
๑ วาระ คืออัพยากตะ กับอัพยากตะ. ในวิปากะและสัมปยุตตปัจจัย
นอกจากนี้ก็นัยนี้เหมือนกัน.