Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 9 หน้าที่ 330

เล่ม มมร. 9 หน้า 330 ข้อ 413
สองบทว่า ภึสํ ฆสานสฺส ความว่า เคี้ยวกินเหง้า (บัว). ในคำว่า นทีสุ ชคฺคโต นี้ มีเนื้อความว่า ได้ยินว่า พญาช้าง นั้น เมือลงสู่สระโบกขรณี อันมีนามว่า นที นั้น เล่นอยู่ในเวลาเย็น ชื่อ ว่ายังราตรีทั้งปวงให้ผ่านไป คือทำความเป็นผู้ตื่น. ด้วยเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า เล่นอยู่ในน้ำ. [ว่าด้วยองค์แห่งทูตเป็นต้น] บทว่า สุตา ได้แก่ ผู้ฟัง. บาทคาถาว่า อสนฺทิทฺโธ จ อกฺขาติ มีความว่า เป็นผู้ไม่มีความ สงสัยบอกเล่า คือผู้บอกประกอบด้วยอำนาจแห่งถ้อยคำอันสืบต่อกันตามลำดับ. เทวทัตจะเกิดในอบาย เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่าเป็นชาวอบาย. เธอเป็นชาวนรก ก็เหมือนกัน. เทวทัตจักตั้งอยู่ตลอดกัป (ในนรก) เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ผู้ตั้งอยู่ตลอดกัป. บัดนี้ เทวทัต แม้พระพุทธเจ้าตั้งพันองค์ ก็ไม่อาจแก้ไขได้ เพราะ ฉะนั้น เธอจึงชื่อว่า อเตกิจฺโฉ ผู้อันพระพุทธเจ้าเยียวยาไม่ได้. หลายบทว่า มา ชาตุ โกจิ โลกสฺมึ มีความว่า แม้ในกาล ไหน ๆ สัตว์ไร ๆ อย่า (เกิด) ในโลกเลย. บทว่า อุปปชฺชถ ได้แก่ เกิด. บาทคาถาว่า ชลํว ยสสา อฏฺา มีความว่า เทวทัตตั้งอยู่ประหนึ่ง ผู้รุ่งเรื่องด้วยยศ. บาทคาถาว่า ทวทตฺโตติ เม สุตํ มีความว่า แม้คำที่พระผู้มี พระภาคเจ้าทรงสดับแล้วว่า เทวทัตเป็นเช่นนี้ ก็มีอยู่, คำว่า เทวทัตตั้งอยู่ ประหนึ่งผู้รุ่งเรื่องด้วยยศ นี้ พระธรรมสังคาหกาจารย์กล่าว หมายเอาคำที่ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงสดับแล้วนั่นแล.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka