จริงอยู่ แม้หมวด ๘ ที่ ๒ นั้น อันพระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ใน
โกสัมพิกขันธกะอย่างนี้เหมือนกัน.
สองบทว่า อฏฺ ยาวตติยกา ได้แก่ สังฆาทิเสสที่เป็นยาวคติยกะ ๔
ในสังฆาทิเสส ๑๓ ของภิกษุทั้งหลาย สังฆาทิเสสที่เป็นยาวตติยกะ ๔ ที่ไม่
ทั่วไปด้วยพวกภิกษุ ในสังฆาทิเสส ๑๗ ของภิกษุณีทั้งหลาย จึงรวมเป็น
ยาวตติยกะ ๘.
หลายบทว่า อฏฺหากาเรหิ กุลานิ ทูเสติ มีความว่า ย่อม
ประทุษร้ายตระกูล ด้วยอาการ ๘ เหล่านี้ คือ ด้วยดอกไม้บ้าง, ผลไม้บ้าง,
จุณณ์บ้าง, ดินเหนียวบ้าง, ไม้สีฟันบ้าง, ไม้ไผ่บ้าง, เยียวยาทางแพทย์บ้าง,
รับใช้ส่งข่าวบ้าง.
มาติกา ๘ (เพื่อเกิดขึ้นแห่งจีวร) กล่าวแล้วในจีวรขันธกะมาติกา ๘
ข้อหลัง (เพื่อรื้อกฐิน) ได้กล่าวแล้วในกฐินขันธกะ.
สองบทว่า อฏฺหิ อสทฺธมฺเมหิ มีความว่า ด้วยลาภ มิใช่ลาภ
ด้วยยศ มิใช่ยศ ด้วยสักการะ มิใช่สักการะ ด้วยความเป็นผู้มีปรารถนาลามก
ด้วยความเป็นผู้มีปาปมิตร.
ชื่อว่าโลกธรรม ๘ คือ ยินดีในลาภ ยินร้ายในมิใช่ลาภ ยินดีในยศ
สรรเสริญ สุข ยินร้ายในมิใช่ยศ นินทา ทุกข์.
สองบทว่า อฏฺงฺคิโก มุสาวาท ได้แก่ มุสาวาทที่ประกอบ
ด้วยองค์ ๘ คือ ๗ องค์ที่มาในบาลีกับองค์นี้ คือ ตั้งความหมายจึงเป็น
มุสาวาทประกอบด้วยองค์ ๘.
สองบทว่า อฏฺ อุปสถงฺคานิ ได้แก่ องค์ ๘ ที่พระผู้มีพระ-
ภาคเจ้าตรัสไว้อย่างนี้ว่า:-