Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 10 หน้าที่ 987

เล่ม มมร. 10 หน้า 987 ข้อ 1366
วันสามัคคีของสงฆ์ผู้แตกกันและวันที่ ๑๔ และวันที่ ๑๕ ค่ำ (ตามนัย) ที่กล่าวแล้ว ใน ๑๑ เดือนที่เหลือ เว้นเดือนกัตติกาเสีย ชื่อว่าวันอุโบสถ. เมื่อทำอุโบสถในวันอื่น เว้นวันอุโบสถทั้ง ๓ ประการอย่างนั้นเสีย ชื่อว่าท่าอุโบสถในวันมิใช่วันอุโบสถ. ก็ในวัดใด ภิกษุทั้งหลายวิวาทกันเพราะเหตุเล็กน้อย เพื่อประโยชน์ แก่บริขารมีบาตรและจีวรเป็นต้น จึงงดอุโบสถหรือปวารณาเสีย. เมื่ออธิกรณ์ นั้นวินิจฉัยแล้ว ภิกษุทั้งหลายในวัดนั้นย่อมไม่ได้เพื่อกล่าวว่า พวกเราเป็นผู้ พร้อมเพรียงกัน แล้วทำสามัคคีอุโบสถในวันอันเป็นระหว่าง. เมื่อกระทำ อุโบสถ ชื่อว่าเป็นอันกระทำในวันมิใช่วันอุโบสถ. สองบทว่า อปวารณาย ปวาเรติ มีความว่า สงฆ์ปวารณาในวัน มิใช่วันปวารณา. วันสามัคคีของสงฆ์ผู้แตกกัน ๑ วันที่สงฆ์เลื่อนไปตั้งไว้ ๑ ในเดือน กัตติกาเตือนเดียว และวันกลางเดือน ๒ ครั้ง ชื่อว่าวันปวารณา. เมื่อปวารณาในวันอื่น เว้นวันปวารณาทั้ง ๔ ประการอย่างนี้เสีย ชื่อว่าปวารณาในวันมิใช่วันปวารณา. แม้ในการปวารณานี้ ภิกษุทั้งหลายย่อม ไม่ได้เพื่อทำสามัคคีปวารณา ในเพราะวิวาทมีประมาณน้อยระงับลง. เมื่อทำ ปวารณา ย่อมเป็นอันกระทำในวันมิใช่วันปวารณา. อีกอย่างหนึ่ง แม้เมื่อสงฆ์ให้อุปสมบทบุคคลผู้มีปีหย่อน ๒๐ หรือ บุคคลผู้เคยต้องอันติมวัตถุ หรืออภัพบุคคลผู้ใดผู้หนึ่ง ในอภัพบุคคล ๑๑ ย่อมเป็นกรรมไม่เป็นธรรม วิบัติโดยวัตถุ. กรรมทั้งหลายย่อมวิบัติโดยวัตถุ ด้วยประการฉะนี้.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka