Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 14 หน้าที่ 28

เล่ม มมร. 14 หน้า 28 ข้อ 232
แต่นั้น พรหมองค์เก่าแก่จากพรหม โลกมาปรากฏกายแก่ข้าพระพุทธเจ้าแล้ว พรหมนั้นได้แก้ปัญหาของข้าพระพุทธเจ้า ข้าพระพุทธเจ้าฟังคำนั้นแล้ว จึงไม่ยินดี ในเรือน. โควินท์ ท่านกล่าวคำใด เราเชื่อคำ นั้นของท่าน ท่านฟังถ้อยคำของอมนุษย์ จะเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นได้อย่างไร พวกเรา จักคล้อยตามท่าน โควินท์ขอท่านจงเป็น ครูของพวกเรา. มณี ไพฑูรย์ ไม่ขุ่นมัว ปราศจาก มลทินงดงามฉันใด พวกเราฟังแล้วจัก ประพฤติในคำพร่ำสอนของท่านโควินท์ ฉันนั้น. [๒๓๒] ถ้าท่านโควินท์ผู้เจริญ ออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต แม้ พวกเราก็จักออกจากเรือน บวชเป็นบรรพชิต และคติของท่านก็จักเป็นคติ ของพวกเรา. ครั้งนั้นแล มหาโควินทพราหมณ์ เข้าเฝ้ากษัตริย์ ๖ พระองค์ นั้นแล้วได้ทูลคำนี้กะกษัตริย์ ๖ พระองค์นั้นว่า ใต้ฝ่าพระบาท บัดนี้ ขอพระ องค์โปรดแสวงหาคนอื่นผู้ที่จักพร่ำสอนในเรื่องราชสมบัติของพวกพระองค์มา เป็นที่ปรึกษาเถิด ข้าพระพุทธเจ้าอยากจะออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิตตาม คำของพรหมผู้กล่าวถึงกลิ่นเหม็นที่ข้าพระพุทธเจ้าได้ฟังนั้นแล กลิ่นเหม็น เหล่านั้น อันผู้อยู่ครอบครองเรือนจะพึงย่ำยีง่าย ๆ ไม่ได้ ข้าพระพุทธเจ้าจัก ออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต. ครั้งนั้นแล กษัตริย์ทั้ง ๖ พระองค์นั้น
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka