Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 14 หน้าที่ 122

เล่ม มมร. 14 หน้า 122 ข้อ 248
เวทิยกะได้ปรากฏสว่างรุ่งโรจน์นัก และบ้านของพราหมณ์ชื่ออัมพสณฑ์ ก็ได้ สว่างไสวเหมือนกัน เพราะเทวานุภาพ. หมู่มนุษย์ในบ้านโดยรอบได้กล่าวว่า วันนี้ภูเขาเวทิยกะได้ลุกโพลงสว่างไสวรุ่งโรจน์แล้ว ทำไมวันนี้ภูเขาเวทิยกะ และบ้านพราหมณ์ชื่ออัมพสณฑ์จึงสว่างไสวนัก. ต่างพากันตกใจมีขนลุกชันแล้ว ครั้งนั้นแล ท้าวสักกะผู้จอมเทพ ตรัสเรียกปัญจสิขคนธรรพเทพบุตรว่า พ่อ ปัญจสิขะ ตถาคตผู้มีฌานทรงยินดีในฌาน บัดนี้ ทรงเร้นอยู่ คนเช่นเราเข้า เฝ้าได้ยากนัก ก็ถ้าเธอทำให้พระผู้มีพระภาคเจ้าโปรดก่อนแล้ว พวกเราจะเข้า เฝ้าในภายหลัง ปัญจสิขคนธรรพเทพบุตร ได้รับสนองเทวโองการแล้ว ถือ พิณเข้าไปทางถ้ำอินทสาล แล้วยืน ณ ที่ส่วนข้างหนึ่ง รำพึงว่า พระผู้มี พระภาคเจ้าประทับอยู่ไม่ไกลนักไม่ใกล้นักเพียงแค่นี้ คงจักทรงได้ยินเสียง ของเรา. จึงยกพิณขึ้นบรรเลงและได้กล่าวคาถาที่เนื่องด้วยพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ พระอรหันตคุณและเกี่ยวไปในทางกามเหล่านี้ว่า [๒๔๘] ดูก่อนน้องสุริยวัจฉสา พี่ขอ ไหว้ท้าวติมพร ผู้เป็นบิดาให้กำเนิดน้อง ผู้เป็นเทพกัลยาณี ยังความยินดีให้เกิดแก่ พี่ น้องผู้มีรัศมีอันเปล่งปลั่ง เป็นที่รักของ พี่ ดุจลมเป็นที่ใคร่ของผู้มีเหงื่อ ดุจน้ำเป็น ที่ปรารถนาของคนผู้กระหาย ดุจธรรม เป็นที่รักของพระอรหันต์ทั้งหลาย ดุจยา เป็นที่รักของคนไข้หนัก ดุจโภชนะเป็นที่ รักของคนหิว ฉะนั้น. ขอแม่จงช่วยดับความกลัดกลุ้มของพี่ ดุจเอาวารีดับไฟที่กำลังโพลงฉะนั้น. เมื่อ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka