Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 14 หน้าที่ 128

เล่ม มมร. 14 หน้า 128 ข้อ 253
(มาเป็น) เช่นนี้ชื่อว่าเอาหน้าไปไว้ไหน ก็เราชื่อว่าเป็นสตรีเลื่อมใสในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ทำให้บริบูรณ์ในศีลเป็นปกติ เบื่อหน่ายสตรีเพศ ปรารถนาบุรุษเพศ เบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตก ได้เข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ เป็นพวกกับทวยเทพชั้นดาวดึงส์ ถึงความเป็นบุตรแห่งท้าวสักกะจอมเทพ แม้ทวยเทพชั้นนี้ย่อมรู้จักเราอย่างนี้ว่า โคปกเทพบุตรๆ ดั่งนี้ ส่วนพวกท่าน ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว เข้าถึงหมู่คนธรรพ์ชั้นต่ำ พวกเราได้เห็นแล้วช่างไม่น่าดูเสียเลย เมื่อโคปกเทพบุตรได้ตักเตือนคนธรรพ์ เหล่านั้นแล้ว เทวดา ๒ องค์ กลับได้สติในอัตภาพนั้น เข้าถึงหมู่พรหมชั้น พรหมปุโรหิต ส่วนองค์ ๑ ยังอยู่ในชั้นกามาวจรนั้นแล. [๒๕๓] ครั้งท้าวสักกะตรัสคำนี้แล้ว โคปกเทพบุตรได้กล่าวคาถาว่า ข้าพเจ้าเป็นอุบาสิกาของพระพุทธ- เจ้าผู้มีจักษุ ทั้งข้าพเจ้าก็ชื่อ โคปิกา ข้าพเจ้าเลื่อมใสยิ่งแล้วในพระพุทธ พระ ธรรม และมีจิตเลื่อมใสแล้ว ได้บำรุง พระสงฆ์ . ข้าพเจ้าเป็นบุตรแห่งท้าวสักกะ มี อานุภาพมาก มีความรุ่งเรืองมาก เข้าถึง ทิพยสถาน เพราะความที่ธรรมของพระ พุทธเจ้านั้นแลเป็นธรรมอันดี ทวยเทพแม้ ในชั้นนี้ ย่อมรู้จัก ข้าพเจ้าว่าโคปกะ ดังนี้. ข้าพเจ้าได้เคยเห็นพวกภิกษุที่เคย เห็นกัน เข้าถึงหมู่แห่งคนธรรพ์อยู่ ก็ ภิกษุเหล่านี้เป็นสาวกของพระโคดมทั้งนั้น ข้าพเจ้าเกิดเป็นมนุษย์ ในกาลก่อน.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka