Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 15 หน้าที่ 300

เล่ม มมร. 15 หน้า 300 ข้อ 129
อุบาสกในที่นี้ได้แก่จิตตคหบดีและหัตถกอาฬวกเป็นต้น. บทว่า ผู้บริโภค กาม ได้แก่จุลอนาถบิณฑิกะและมหาอนาถบิณฑิกะเป็นต้น. บทว่า หญิง ผู้เป็นพรหมจารินี ได้แก่หญิงทั้งหลายมีนันทมารดาเป็นต้น. บทว่า หญิง ผู้บริโภคกาม ได้แก่หญิงทั้งหลายมีนางขุชชุตรา เป็นต้น บทว่า สพฺพา- การสมฺปนฺนํได้แก่ผู้ถึงพร้อมด้วยการณ์ทั้งปวง บทว่า อิทเมว ตํ ความว่า บุคคลเมื่อจะกล่าวถึงพรหมจรรย์นี้ คือธรรมนี้ พึงกล่าวโดยเหตุ โดย นัยอันชอบ. บทว่า อุทฺทกสฺสุทํ ตัดบทเป็น อุทฺทโก สุทํ. บทว่า ปสฺสํ น ปสฺสติ คือ บุคคลเห็นอยู่ชื่อว่าย่อมไม่เห็น. ได้ ยินว่า อุททกรามบุตรนั้นถามปัญหานี้กะมหาชน. มหาชนกล่าวว่า ท่าน อาจารย์ พวกเราไม่รู้ ขอท่านอาจารย์โปรดบอกแก่พวกเราเถิด อุททกราม- บุตรจึงกล่าวว่า ปัญหานี้ลึกซึ้ง เมื่อมีอาหารสัปปายะ อาจคิดได้ประเดี๋ยว เดียวก็ตอบได้ แต่นั้นมหาชนทั้งหลายเหล่านั้นก็พากันทำสักการะใหญ่ ตลอด ๔ เดือน อุททกรามบุตร เมื่อจะกล่าวปัญหานั้นได้กล่าวคำเป็น อาทิว่าบุคคลเห็นอยู่ซึ่งอะไรจึงชื่อว่าย่อมไม่เห็น ดังนี้. ในบทเหล่านั้น บทว่า มีดโกนลับดีแล้ว คือลับเสียคมกริบ ในข้อนี้มี อธิบายว่า ใบมีด โกนลับดีแล้วย่อมปรากฏ แต่คมมีดโกนไม่ปรากฏ. บทว่า สงฺคมฺม สมาคมฺม คือรวบรวมตรวจตราอรรถด้วยอรรถ พยัญชนะด้วยพยัญชนะนั้น อธิบายว่า นำมาเปรียบกันอรรถกับอรรถพยัญ- ชนะกับแม้พยัญชนะ บทว่า พึงรวบรวม คือ พึงบอกได้ พึงสอดได้ บทว่า ยถยิทํ พฺรหฺมจริยํ ความว่า ศาสนาพรหมจรรย์ทั้งสิ้นนี้. บทว่า ตตฺร เจ คือ ในท่ามกลางสงฆ์นั้นหรือในภาษิตของสพรหมจารีนั้น. ในบททั้ง หลายว่าท่านผู้มีอายุถือเอาอรรถนั่นแลผิดและยกพยัญชนะทั้งหลาย
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka