Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 15 หน้าที่ 305

เล่ม มมร. 15 หน้า 305 ข้อ 129
ของแท้แต่ไม่ประกอบด้วยประโยชน์ หมายถึงติรัจฉานกถามี ราชกถา เป็นต้น. บทว่า พระตถาคตทรงเป็นผู้รู้จักกาล อธิบายว่าพระตถาคต ย่อมทรงรู้กาล คือทำให้มีเหตุการณ์แล้วจึงทรงกล่าวในกาลอันถึงความ สมควร เพราะฉะนั้นจึงเรียกว่า ตถาคต. อธิบายว่า กระทำ ท อักษร ให้เป็น ต อักษร เพราะตรัสโดยประการที่ควรตรัส ท่านจึงกล่าวว่าตถาคต. บทว่าทิฏฺํ ได้แก่รูปายตนะ. บทว่า สุตํ ได้แก่สัททายตนะ. บทว่า มุตํ ได้แก่คันธายตนะ รสายตนะ โผฏฐัพพายตนะของสิ่งที่ตนรู้แล้ว คือถึงแล้วพึงถือเอา. บทว่า วิญฺาณํ ได้แก่ธรรมายตนะมีสุขและทุกข์ เป็นต้น บทว่า ปตฺตํ ได้แก่แสวงหาก็ดี ไม่แสวงก็ดีบรรลุแล้ว. บทว่า ปริเยสิตํ ได้แก่แสวงหาสิ่งที่บรรลุแล้วก็ดี สิ่งที่ยังไม่บรรลุแล้ว. บทว่า อนุวิจริตํ มนสา คือท่องเที่ยวไปด้วยจิต. ทรงแสดงบทนี้ด้วยคำนี้ว่า ตถาคเตน อภิสมฺพุทฺธํ ดังนี้ ที่โคนโพธิ์ บทว่า ตถาคตตรัสรู้ยิ่งแล้ว อธิบายว่า ก็รูปารมณ์มีสีเขียวสีเหลืองเป็นต้นของโลกพร้อมด้วยเทวโลกนี้ ในโลกธาตุทั้งหลายหาประมาณมิได้อันใดย่อมมาสู่คลองในจักขุทวาร สัตว์ นี้เห็นรูปารมณ์นี้ในขณะนี้เป็นผู้ดีใจเสียใจ หรือมีคนเป็นกลางดังนี้ รูปารมณ์นั้นทั้งหมดอันพระตถาคตตรัสรู้ยิ่งแล้วด้วยอาการอย่างนี้. เช่น เดียวกัน สัททารมณ์ใดมีเสียงกลอนเสียงตะโพนเป็นต้น ของโลกพร้อม ด้วยเทวโลกในโลกธาตุทั้งหลายอันหาประมาณมิได้ ย่อมมาสู่คลองในโสต- ทวาร คันธารมฌ์ใดมีกลิ่นที่ราก มีกลิ่นที่เปลือกเป็นต้น ย่อมมาสู่คลอง ในฆานทวาร รสารมณ์ใดมีรสที่รากรสที่ลำต้นเป็นต้นย่อมมาสู่คลองใน ชิวหาทวาร โผฏฐัพพารมณ์ใดอันต่างด้วยปฐวีธาตุ เตโชธาตุ วาโยธาตุ มีแข็งมีอ่อนเป็นต้นย่อมมาสู่คลองในกายทวาร สัตว์นี้ถูกต้องโผฏฐัพพา-
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka