Tipitaka>

พระไตรปิฎก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 25 หน้าที่ 110

<< | หน้าที่ 110 | >>
๙. ปัญจอุปาสกวัตถุ


เรื่องอุบาสก ๕ คน


(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่อุบาสกคนหนึ่ง ในจำนวน ๕ คน ดังนี้)

[๒๕๑] ไฟเสมอด้วยราคะไม่มี

ผู้จับเสมอด้วยโทสะไม่มี

ข่ายเสมอด้วยโมหะไม่มี

แม่น้ำเสมอด้วยตัณหาไม่มี

๑๐. เมณฑกเสฏฐิวัตถุ


เรื่องเมณฑกเศรษฐี


(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่เมณฑกเศรษฐี ดังนี้)

[๒๕๒] โทษ ของคนอื่นเห็นได้ง่าย

ส่วนโทษของตนเห็นได้ยาก

เพราะคนนั้นชอบโปรยโทษของผู้อื่น

เหมือนคนโปรยแกลบ

แต่กลับปกปิดโทษของตนไว้

เหมือนพรานนกปกปิดร่างพรางกายตนไว้ ฉะนั้น

๑ ความหมายในคาถานี้ คือ ไฟยังแสดงควันให้รู้ว่ายังมีไฟคนจึงสามารถดับได้ แต่ราคะเผาสัตว์ภายในไม่แสดงอาการให้รู้, ผู้จับ เช่น ยักษ์ เป็นต้น สามารถจับสัตว์ได้ในชาติเดียวเท่านั้น แต่โทสะจับสัตว์ไม่มีที่สิ้นสุด, ตาข่ายที่รัดรึงสัตว์ยังสามารถแก้หรือคลายได้ แต่โมหะที่รัดรึงสัตว์ยากที่จะแก้หรือคลายได้, แม่น้ำ ยังมีวันพร่องหรือเต็มปรากฏให้เห็นได้ แต่ตัณหาไม่มีวันเต็ม ไม่มีวันเหือดแห้ง ทั้งยังปรากฏความพร่องอยู่เป็นนิตย์ เติมให้เต็มได้ยาก (ขุ.ธ.อ. ๗/๒๕)
๒ โทษ หมายถึงความพลั้งพลาด (ขุ.ธ.อ. ๗/๓๔)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka