Tipitaka>

พระไตรปิฎก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 25 หน้าที่ 140

<< | หน้าที่ 140 | >>
[๓๔๓] หมู่สัตว์ถูกล้อมไว้ด้วยตัณหาที่ทำให้สะดุ้ง

จึงดิ้นรนเหมือนกระต่ายติดบ่วง

เพราะเหตุนั้น ภิกษุเมื่อหวังให้ตนสิ้นราคะ

ควรบรรเทาตัณหาที่ทำให้สะดุ้งเสีย

๓. วิพภันตกวัตถุ


เรื่องภิกษุผู้กระสันจะสึก


(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่บริษัท ๔ ดังนี้)

[๓๔๔] บุคคลใดออกจากอาลัยแล้ว มีใจน้อมไปในป่า

พ้นจากป่าแล้ว ยังแล่นเข้าไปสู่ป่านั้นอีก

ท่านทั้งหลายจงดูบุคคลนั้น

เขาพ้นจากเครื่องผูก ยังแล่นไปสู่เครื่องผูกตามเดิม

๔. พันธนาคารวัตถุ


เรื่องเรือนจำ


(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่เหล่าภิกษุผู้เห็นโจรถูกจองจำในเรือนจำ ดังนี้)

[๓๔๕] นักปราชญ์ทั้งหลายไม่ได้กล่าวถึงเครื่องจองจำ

ที่ทำด้วยเหล็ก ทำด้วยไม้ และทำด้วยหญ้าปล้อง

ว่าเป็นเครื่องจองจำที่มั่นคง แต่กล่าวถึง

ความกำหนัดยินดีในต่างหูแก้วมณี และความใยดีในบุตรภรรยา

ว่าเป็นเครื่องจองจำที่มั่นคง

๑ อาลัย ในที่นี้หมายถึงความเป็นอยู่อย่างคฤหัสถ์ (ขุ.ธ.อ. ๘/๑๔)
๒ ป่า ในที่นี้หมายถึงตบะ (ตโปวนะ) (ขุ.ธ.อ. ๘/๑๔)
๓ ป่า ในที่นี้หมายถึงตัณหาคือเครื่องผูกให้อยู่ครองเรือน (ขุ.ธ.อ. ๘/๑๔)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka